กรมส่งเสริมฯชูสหกรณ์ตาก แหล่งรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ลงพื้นที่ – นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินของในพื้นที่จ.ตาก เช่น สหกรณ์การเกษตรพบพระ จำกัดสหกรณ์การเกษตรแบบโครงการหลวงพบพระ จำกัด และสหกรณ์นิคมแม่สอด จำกัดเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

กรมส่งเสริมสหกรณ์ลงพื้นที่เสริมแกร่งดัน “สหกรณ์นิคมแม่สอด” ขึ้นแท่น “แหล่งรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครบวงจรรายใหญ่ พื้นที่ภาคเหนือ พร้อมยกระดับส่งเสริมรายได้สหกรณ์ผู้ปลูกเฮมพ์พบพระ (กัญชง) จ.ตาก

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า สหกรณ์นิคมแม่สอดดำเนินธุรกิจเป็นแหล่งรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ครบวงจร โดยล่าสุดให้สมาชิกปลูกข้าวโพดในรูปแบบแปลงใหญ่ 4,316 ไร่ จำนวน 266 ราย ลดต้นทุนได้ 1,110 บาทต่อไร่ เพิ่มผลผลิตได้ 120 กก.ต่อไร่ มีรายได้เพิ่ม 400 บาทต่อไร่ ปีที่ผ่านมารวบรวมข้าวโพดได้ 15,000 ตัน

ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดให้แก่สหกรณ์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการรวบรวมข้าวโพดและยกระดับคุณภาพผลผลิต โดยสนับสนุนลานตาก 5 ไร่ โกดังเก็บผลผลิต เครื่องอบลดความชื้น ขนาด 100 ตันต่อวัน และขนาด 250 ตันต่อวัน จำนวน 2 เครื่อง รถตักล้อยาง 2 คัน และเครื่องสีข้าวโพด ปีนี้คาดว่าจะรวบรวมข้าวโพดได้กว่า 20,000 ตัน และจะรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาดกิโลกรัมละ 0.20 บาท และส่งขายให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ในจังหวัดต่าง ๆ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และฟาร์มรายย่อยในพื้นที่

“เมื่อก่อนสหกรณ์ซื้อขายกันตามสภาพไม่มีเครื่องมือ ไม่มีเครื่องอบ เครื่องตรวจวัดความขื้น ปีนี้กรมสนับสนุนปีแรก โดยสหกรณ์นิคมแม่สอดเป็นจุดรับซื้อข้าวโพดที่กรมจะผลักดันให้เป็นที่รวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แห่งใหญ่ของภาคเหนือและประเทศในอนาคต ซึ่งจะเห็นว่าสามารถรวบรวมได้เพิ่มขึ้น จากที่ตั้งเป้าไว้ 2 หมื่นตัน ส่วนตลาดปลายทางส่งไปที่ผู้เลี้ยงและภาคเอกชน ซึ่งราคาปีนี้ค่อนข้างดี คาดหวังว่าหน้าฝนสิ้น ธ.ค.จะดีขึ้น สิ่งที่จะขับเคลื่อนต่อคือปัญหาเกษตรต้องมาเข้าร่วมบริหารจัดการรูปแบบแปลงใหญ่แบบครบวงจรให้มีรายได้มั่นคง”

นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกเฮมป์ (กัญชง) อ.พบพระ จ.ตาก ตามความต้องการของตลาด เป็นการช่วยลดการปลูกข้าวโพดช่วงหน้าฝน เพราะฤดูปลูกเฮมป์ที่เหมาะสมคือช่วง พ.ค.-ก.ค. ซึ่งรายได้ต่อไร่สูงกว่าการปลูกข้าวโพด 5-6 เท่า เกษตรกรมีรายได้ 25,000 บาทต่อไร่ แต่ปลูกข้าวโพดมีรายได้เพียง 5,200 บาท ทั้งนี้ สหกรณ์ผู้ปลูกเฮมป์พบพระยังแปรรูปผลิตภัณฑ์ส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกาและจำหน่วยตามโครงการหลวง อย่างไรก็ตาม การปลูกเฮมป์ที่เหมาะสมต้องดำเนินการภายใต้กระทรวงสาธารณสุขและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายเริงชัย สุวรรณ์ ผู้จัดการห้างหุ้นส่วน พืชผลสุวรรณภูมิ จำกัด และกรรมการสมาคมพ่อค้าข้าวโพดและพืชพันธุ์ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมเห็นด้วยกับมาตรการบังคับให้ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน หรือมาตรการ 3 ต่อ 1 เนื่องจากเป็นสิ่งบ่งชี้และเป็นเครื่องมือประกันราคาให้เกษตรกรโดยตรง หากยกเลิกจะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ต่ออีกฝ่าย ซึ่งให้เหตุผลเดียวคือการแข่งขันตลาดโลก

ทั้งนี้ หากพิจารณาความเป็นจริงแล้วในขณะที่ไทยมีข้าวโพด 4.5 ล้านตัน สัดส่วนครึ่งหนึ่งเป็นเบอร์สองราคาอยู่ที่ 8 บาทต่อ กก. ส่วนเบอร์สาม 7-7.50 บาท/กก. แต่ราคาที่เกษตรกรขายได้จริงคือเบอร์ 3 เท่ากับต่ำลงมาอีก นั่นหมายความว่าขาดทุนหรือเท่าตัว ดังนั้น รัฐจะทำอย่างไรให้ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตที่เหมาะสมตามช่วงฤดู เพราะเมื่อต้นทุนสูง ขายแล้วขาดทุน ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินจากเงินกู้นอกระบบและภาระหนี้สินจาก ธ.ก.ส.

อนึ่ง เมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากกรมการค้าภายในเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาจะยกเลิกมาตรการบังคับให้ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน หรือ (มาตรการ 3 ต่อ 1) และปรับขึ้นภาษีนำเข้าข้าวสาลี 27% แทน แต่ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป และมีแนวโน้มคงการใช้มาตรการ 3 : 1 ต่อไป เพราะเกรงว่าการขึ้นภาษีจะกระทบต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์และการผลิตอาหาร