“กฤษฏา” โทรสายด่วนถึงประธานบ.ซีพี-เบทราโกร เร่งช่วยเกษตรกร แก้ไขไข่ไก่ราคาตกต่ำ ด้านสองบริษัทรายใหญ่รับปากร่วมมือภายใน 3 วัน เกษตกรผู้เลี้ยงไก่ไข่พึ่งพอใจ มาตรการดันราคาไข่คละหน้าฟาร์มขึ้น จาก 2.10-2.20 ต่อฟองเป็น 2.50-2.60 บาท

วันนี้ (5 พ.ย.61) นายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมแก้ไขปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ ร่วมกับ นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ พร้อมด้วยเกษตรกรที่เป็นสมาชิก และกรมปศุสัตว์ โดยกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ เรียกร้องให้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาไข่ไก่ตกต่อเนื่องจากมาเกือบ 2 ปี รวมทั้งในช่วงเทศกาลกินเจ และปิดเทอม ราคาไข่คละหน้าฟาร์มตกต่ำมากอยู่ที่2.10-2.20 บาทต่อฟอง ขายได้ต่ำกว่าราคาประกาศสมาคมผู้เลี้ยงผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ที่ประกาศราคา2.30บาทต่อฟอง จึงขอให้กระทรวงเกษตรฯ ประสาน กระทรวงพาณิชย์ จัดหาตลาดให้ในการจัดขายไข่ไก่ธงฟ้าราคาถูก เพื่อกระตุ้นผู้บริโภคไข่ไก่มากขึ้น และเสนอกรมปศุสัตว์ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่นบริษัทซีพี ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่มีปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่ให้ลดจำนวนลง จะทำให้พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ และแม่ไก่ยืนกรงลดจำนวนลงด้วย จะส่งผลให้ผลผลิตไก่ไข่ต่อวันจะลดใกล้เคียงกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ขอให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ 16 แห่งใช้มาตรการการส่งออกไข่ไก่อย่างต่อเนื่องเพื่อลดปริมาณล้นตลาดวันละกว่า 1 ล้านฟอง จากที่มีผลิตวันละ 45 ล้านฟอง บริโภคในประเทศ 42 ล้านฟอง และแปรรูป -ส่งออก เกือบ2 ล้านฟอง ทั้งนี้จากที่กรมปศุสัตว์ มีนโยบายลดพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ในปี62 เพิ่มขึ้น 10% จากที่มีอยู่ปีนี้ แต่ทางสมาคมเห็นว่ากว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลาถึง8 เดือน กว่าจะทำให้ผลผลิตไข่ไก่ลดลงได้

โดยนายกฤษฏา ได้โทรศัพท์ทันทีประสานงานไปยัง ประธานบริษัทซีพี และประธานบริษัทเบทราโกร โดยขอให้มาร่วมหาแนวทางแก้ปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด เนื่องจากทั้งสองบริษัทเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ และได้ขอความร่วมมือลดปริมาณการเลี้ยงปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่ลงด้วย โดยทั้งสองบริษัทได้รับปากจะเร่งพิจารณาช่วยเหลือยกระดับราคาไข่ไก่ภายใน 3 วัน

นายมาโนช กล่าวว่า ทางสมาคมฯ พึ่งพอใจกับแก้ไขปัญหาทันท่วงทีของรมว.เกษตรฯ และมั่นใจว่ามาตรการที่กระทรวงเกษตรฯร่วมกับเอกชนรายใหญ่จะทำให้ราคาขยับขึ้นจากไข่คละฟองละ 2.10-2.20 บาท เป็น 2.50-2.60 บาท ราคาเกษตรกรอยู่ได้ และใกล้เทศกาลปีใหม่ด้วย

ขณะที่ นายกฤษฏา กล่าวว่า ยังได้ประสานงานไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอให้ดูแลในเรื่องการเคลื่อนย้ายไข่ไก่ข้ามจังหวัด โดยทางสมาคมรฯระบุมีการตรวจเข้มมากเกินไปในไปในแต่ละด่าน ทำให้การขนส่งไข่ไก่ไปถึงปลายทางล่าช้า ทั้งนี้ในส่วนปัญหาขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายผลผลิตไข่ไก่ข้ามพื้นที่ที่ต้องมีการขออนุญาตเป็นรายคันรถ ที่อาจยุ่งยากไป ได้ให้กรมปศุสัตว์ กลับไปทบทวนว่ามีแนวทางปรับให้เกษตรกรได้รับความสะดวกมากขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการควบคุมโรคได้มีการตรวจสอบมาตรฐานฟาร์มที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นผลผลิตไข่ไก่ มั่นใจได้ว่าปลอดโรค หากจำเป็นต้องออกกฏกระทรวง มาเพื่อแก้ไขระเบียบดังกล่าวตนก็ยินดีทำเพื่อให้เกษตรกรมีความสะดวกมากขึ้นในการกระจายผลผลิตออกนอกพื้นที่