กลยุทธ์ ‘ซีพีเอฟ’ ปักธงต่างแดนโตก้าวกระโดด

 “Kitchen of The World” เป็นเป้าหมายที่ “ซีพีเอฟ” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ตั้งไว้นับตั้งแต่ปี 2542 และวันนี้สามารถขยายฐานการลงทุนที่แข็งแกร่งจากไทย สู่การเป็นบริษัทสัญชาติไทยที่ไปปักธงลงทุนในต่างประเทศอีก 16 ประเทศ ปัจจุบันสินค้าปศุสัตว์ที่เป็นเรือธงของซีพีเอฟ ทั้งกุ้งและเนื้อไก่ รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน ที่ส่งออกไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมประชากรกว่า 4,000 ล้านคนทั่วโลก สะท้อนความสำเร็จของการขยายการลงทุนในต่างประเทศของซีพีเอฟ

ล่าสุดจากรายงานผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2561 ซีพีเอฟมียอดขาย 398,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยการเติบโตส่วนใหญ่มาจากกิจการในต่างประเทศ ซึ่งแนวโน้มเป็นเช่นนี้ติดต่อกันมานานหลายปี จากการที่ทุกประเทศที่เข้าไปลงทุนต่างอ้าแขนรับ  พร้อมสนับสนุนธุรกิจของบริษัทอย่างเต็มที่

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารจำนวน 17 ประเทศ ส่งผลให้ยอดขายจากกิจการในต่างประเทศคิดเป็น 67% ของยอดขายรวมโดยเฉพาะเวียดนามที่ธุรกิจมีการเติบโตสูงสุดในปีนี้

สุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์

สำหรับประเทศเวียดนาม ซีพีเอฟเข้าไปลงทุนมานานกว่า 25 ปี ด้วยการถอดโมเดลความสำเร็จจากประเทศไทยไปต่อยอด เริ่มจากการผลิตสินค้าปศุสัตว์เพื่อจำหน่ายให้กับชาวเวียดนามเป็นหลัก ต่อมาจึงมีการส่งออกกุ้งซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจสัตว์น้ำของซี.พี.เวียดนาม และกำลังอยู่ระหว่างการลงทุนขยายธุรกิจไก่ครบวงจรเพื่อการส่งออก ในจังหวัดบินเดือง ทางตอนใต้ของเวียดนาม ซึ่งประกอบด้วย โรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ ฟาร์มเลี้ยงไก่ ส่วนโรงงานแปรรูปเนื้อไก่คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2562 โดยเน้นส่งออกไปยังตลาดในภูมิภาคเอเชีย เล็งตลาดญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก

การขยายความสำเร็จสู่การเติบโตในต่างประเทศที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา และมีความต้องการพัฒนาการเลี้ยงสัตว์ให้ทันสมัยและได้มาตรฐาน เป็นหมุดหมายที่ซีพีเอฟ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ยอดขายเฉลี่ยปีละประมาณ 5 แสนล้านบาท แต่ละปีจึงมียอดขายจากต่างประเทศ อาทิ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ตุรกีและอินเดีย ในสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศไทยมาก

CP. VIETNAM CORPORATION ฮานอย

การเติบโตที่ต่อเนื่องในต่างประเทศนี้เอง ทำให้บริษัทนี้กำหนดทิศทางของธุรกิจในอนาคตว่า“ซีพีเอฟต้องไปเติบโตในต่างประเทศเป็นหลัก” โดยตั้งเป้าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมียอดขายมากกว่า 600,000 ล้านบาท โดยมี“ธุรกิจต่างประเทศ” เป็นกิจการหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต และการเติบโตนั้นต้องสูงกว่าประเทศไทย วางเป้าหมายให้มีรายได้จากกิจการในต่างประเทศ ต้องมีสัดส่วนราว 75% ของยอดขายรวม พร้อมทั้งให้น้ำหนักกับการขยายการผลิตเพื่อการส่งออกในกิจการต่างประเทศมากขึ้น จากเดิมที่ผลิตและขายภายในประเทศนั้นๆ เป็นหลัก โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่จะทำให้บริษัทเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

เมื่อเร็วๆนี้ สภาพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนแห่งชาติเวียดนาม (VBCSD) มอบรางวัล Top 100 บริษัทยั่งยืน ในโครงการประเมินและจัดอันดับธุรกิจยั่งยืนประเทศเวียดนาม ให้แก่บริษัท ซี.พี. เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น C.P Vietnam Corporation (ซี.พี.เวียดนาม) จากความโดดเด่นของผลการดำเนินงานที่ยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

ตั้งเป้าอีก 5 ปีข้างหน้าจะมียอดขายมากกว่า 600,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันการพัฒนาธุรกิจอาหารอย่างยั่งยืนก็ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเพื่อสรรค์สร้างสินค้าอาหารให้ตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคในทุกระดับอายุ รวมไปถึงสินค้าอาหารเพื่อผู้ป่วยและผู้สูงวัย

 

สุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข

การมุ่งเน้นลงทุนในต่างประเทศตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปรากฏผลลัพธ์ที่ชัดเจนในวันนี้ การลงทุนทั้งหมดงอกเงย นำรายได้กลับเข้าประเทศไทยแผ่นดินแม่ และยังคงดำเนินการควบคู่ไปกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ภาพทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า กลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการขยายธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร และสร้างศักยภาพการเติบโตสู่ระดับโลกนั้นเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง

ในทุกประเทศที่เข้าลงทุนซีพีเอฟยังคงนำปรัชญา “3 ประโยชน์” สู่ความยั่งยืน คือ ประเทศที่ไปลงทุนได้ประโยชน์ ประชาชนในประเทศได้ประโยชน์ แล้วบริษัทจึงจะได้ประโยชน์ ไปใช้ดำเนินการควบคู่กับการทำธุรกิจในทุกๆ ประเทศ เท่ากับว่าไม่เพียงการเติบโตด้านธุรกิจเท่านั้น หากแต่ต้องผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศและประชาชนในประเทศนั้นๆด้วย