ความทรงจำ “ธนินท์ เจียรวนนท์” (22) วิสัยทัศน์ครัวของโลก

updated: 24 ก.พ. 2560 เวลา 09:30:00 น.

ที่มา : สำนักข่าวนิเคอิ แปล/เรียบเรียง : ภรณี จิรวงศานนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หวง เหวยเหว่ย บ.ซีที อินฟราสตรักเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด

หากมีใครถามผมว่าจะสืบทอดและรักษากิจการให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างไรผมจะตอบว่า“วิธีการมีอยู่อย่างเดียวคือ ต้องพัฒนาและคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง” คุณพ่อของผมเริ่มจากการสร้างกิจการขายเมล็ดพันธุ์ พี่ ๆ ก็ได้ช่วยกันขยายกิจการสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ เมื่อผมเข้ามาสืบทอดการบริหารต่อ ก็พัฒนาสู่ธุรกิจเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงกุ้ง แปรรูปอาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม และอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่าเราไม่เคยหยุดการพัฒนาเลย

หลังจากทำธุรกิจเลี้ยงไก่ได้ไม่นาน ผมก็เริ่มทำธุรกิจเลี้ยงหมู ซึ่งก็มีรูปแบบคล้ายกับการเลี้ยงไก่ นั่นคือเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ลูกหมูแก่เกษตรกรเพื่อนำไปเลี้ยง หลังจากที่หมูโตแล้ว บริษัทก็จะรับซื้อกลับไป แล้วนำเนื้อหมูไปแปรรูปและขายเป็นอาหารต่อไป เครือเป็นผู้สร้างฟาร์มเลี้ยงหมู และจัดหาอาหารสัตว์ให้เกษตรกร

ในช่วงทศวรรษที่ 2510-2520 เครือได้ร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทในยุโรปและสหรัฐอเมริกา นำเข้าหมูที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์แล้วสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เนื้อหมูของยุโรปและสหรัฐอเมริกาไม่ถูกปากคนไทยนัก ทำให้เครือริเริ่มที่จะพัฒนาพันธุ์หมูขึ้นเองจนสำเร็จ สามารถนำหมูพันธุ์ใหม่ออกวางขายในตลาดได้ช่วงทศวรรษ 2530

กุ้งกุลาดำ เป็นกุ้งพันธุ์พื้นเมืองของประเทศไทย ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก แต่สำหรับธุรกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งนั้น แรกเริ่มมาจากประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ทศวรรษ 2500 แล้ว จากนั้นจึงถ่ายทอดไปยังไต้หวัน การที่ญี่ปุ่นมีชื่อเสียงในธุรกิจนี้มายาวนาน เครือจึงเริ่มต้นธุรกิจเลี้ยงกุ้งโดยร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นก่อน แต่ปรากฏว่ากุ้งของญี่ปุ่นไม่เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย

ขณะนั้นเครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจอาหารสัตว์และธุรกิจเลี้ยงไก่ที่ไต้หวันประธานที่รับผิดชอบงานบริหารธุรกิจที่ไต้หวันได้อธิบายให้ผมฟังว่า“ธุรกิจเลี้ยงกุ้งที่ไต้หวันเองก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก” ผมจึงเสนอกลับไปว่า “ถ้าคุณสนใจธุรกิจเลี้ยงกุ้ง ขอให้นำเทคโนโลยีของไต้หวันเข้ามาในประเทศไทย ผมจะให้คุณดูแลธุรกิจนี้”

สุดท้ายเราจึงตัดสินใจนำเทคโนโลยีจากไต้หวันเข้ามาเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศไทยและภายหลังได้เปลี่ยนเป็นการเลี้ยงกุ้งขาว พันธุ์ L. Vannamei ซึ่งเป็นกุ้งสายพันธุ์อเมริกาใต้ที่ทนต่อโรคได้ดี

กระบวนการเลี้ยงกุ้ง ก็คล้ายคลึงกับกระบวนการเลี้ยงไก่ และหมู กล่าวคือ เราเริ่มจากการเลี้ยงลูกกุ้งก่อน หลังจากนั้นส่งลูกกุ้งให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งนำไปเลี้ยงต่อ เครือเจริญโภคภัณฑ์เริ่มส่งออกกุ้งกุลาดำที่เลี้ยงในประเทศไทยไปญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 หลังจากนั้นจึงส่งออกไปยุโรป และสหรัฐอเมริกา

กุ้งกุลาดำได้เปลี่ยนแปลงวิถีการรับประทานอาหารของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ทำให้ชาวญี่ปุ่นได้รับประทานกุ้งทอดและซูชิที่มีคุณภาพดีและมีราคาย่อมเยา กล่าวได้ว่าทั้งกุ้งกุลาดำและไก่เนื้อของเราได้ออกไปสู่ตลาดโลกแล้ว ในขณะที่กิจการไก่ หมู และกุ้ง กำลังเจริญรุ่งเรืองอยู่นั้น มีข้าราชการด้านปศุสัตว์ของไต้หวันท่านหนึ่งได้ให้คำชี้แนะสำคัญแก่ผม ที่นำไปสู่การต่อยอดธุรกิจว่า “เครือเจริญโภคภัณฑ์ควรทำธุรกิจแปรรูปอาหาร”

ก่อนหน้านี้ แม้ว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ส่งออกเนื้อไก่เสียบไม้สำหรับทำไก่ย่างเสียบไม้ไปญี่ปุ่นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปแช่แข็ง หลังจากช่วงปลายยุค 2520 แล้ว เมื่อไมโครเวฟแพร่หลายในประเทศไทย จึงค่อย ๆ มีการอุ่นอาหารแช่แข็งรับประทานกันในครอบครัว

เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้เพิ่มสายการผลิตอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์และกุ้งในโรงงานมีการผลิตไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นและนักเก็ตไก่ทอดสเต๊กหมู สเต๊กกุ้ง เป็นต้น ในบรรดาอาหารเหล่านั้น บะหมี่เกี๊ยวกุ้ง ซึ่งทำมาจากเกี๊ยวกุ้งทั้งตัว เป็นผลิตภัณฑ์ยอดนิยมที่เราคิดค้นขึ้นมา เกี๊ยวกุ้งนั้นเนื้อแน่นและเด้ง นำเกี๊ยว เส้นบะหมี่และน้ำซุป บรรจุลงภาชนะ แล้วนำไปเข้ากระบวนการแช่เยือกแข็ง (IQF) หลังจากนั้นนำผลิตภัณฑ์ออกจากโรงงานไปวางจำหน่าย สินค้าทุกตัวที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ผมจะต้องชิมและเสนอแนวทางการปรับปรุงด้วยตนเองทั้งสิ้น

รูปแบบการเลี้ยงไก่เนื้อและกุ้งกุลาดำที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ริเริ่มขึ้นมานับเป็นต้นแบบให้บริษัทอื่นๆ จำนวนมากได้นำไปใช้ และส่งออกไปญี่ปุ่นได้ในปริมาณมากเช่นเดียวกับเครือ ผมไม่ทันสังเกตว่าคนเริ่มเรียกประเทศไทยว่า “ครัวของญี่ปุ่น” ตั้งแต่เมื่อใด แต่ผมจะไม่หยุดเพียงแค่นี้…

ผมได้กำหนดวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็น “ครัวของโลก” โดยเราจะก้าวออกจากเอเชีย ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกด้วย เมื่อไม่นานมานี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เข้าซื้อกิจการ Top”s Foods ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปอาหารชนิดปรุงสุกของเบลเยียม ผู้บริโภคชาวยุโรปจะได้มีโอกาสรับประทานอาหารจากโลกตะวันออกอย่างอาหารไทยที่มีความเป็นเอกลักษณ์

ที่สำคัญโรงงานแห่งนี้ยังเป็นโรงงานอาหารแปรรูประบบอัตโนมัติ(Automation)ที่ทันสมัยที่สุดของโลกในปัจจุบัน โดยใช้เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรเพียง 7 คน และเพื่อให้บริการด้านอาหารที่สะอาดและปลอดภัยแก่ผู้คนทั่วโลกได้อย่างเพียงพอ เครือยังเตรียมที่จะสร้างโรงงานแปรรูปอาหารแบบนี้ในอีกหลาย ๆ ประเทศ