จี้ห้างดังรับผิดชอบวางขายไข่ไก่หมดอายุ ปิดป้ายราคาทับข้อมูลสินค้า

 

วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2559 เวลา 19:26 น.

 

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความของสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังพบว่าห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านสุขาภิบาล นำสินค้าหมดอายุแล้วมาวางขายนั้น จนมีผู้นำภาพดังกล่าวมาแชร์ภาพเฟซบุ๊กและมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

 

 

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ผู้บริโภครายดังกล่าวร้องเรียนเข้ามาที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ว่าหยิบไข่ไก่จากรถเข็นที่อยู่บริเวณจัดขายสินค้าลดราคาของห้างดังกล่าว ซึ่งมีป้ายลดราคาสินค้าแปะอยู่ และมองหาวันหมดอายุที่ตัวสินค้าเมื่อไม่พบ จึงลองแกะป้ายราคาออก ทำให้พบว่าป้ายลดราคานั้นแปะทับป้ายแสดงวันหมดอายุ ทั้งยังพบว่าสินค้าหมดอายุมาแล้ว 2 วัน ผู้บริโภคคนดังกล่าวจึงต้องการออกมาเตือนผู้บริโภค และต้องการให้ทางห้างออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 


นางนฤมล กล่าวต่อว่า การปิดป้ายลดราคาทับสาระสำคัญของสินค้า เช่น วันหมดอายุอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ว่าสินค้านั้นเป็นปัจจุบัน ซึ่งสินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่เสื่อมสภาพเร็ว ต้องจัดทำฉลากที่ต้องแสดงวันผลิต และวันหมดอายุให้เป็นที่สังเกตและอ่านได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้อย่างถูกต้อง จึงไม่ควรติดป้ายราคาทับป้ายดังกล่าว ทั้งนี้ โดยส่วนใหญ่สินค้าประเภทอาหารที่ลดราคาก็เพื่อเร่งระบายสินค้าออกสู่ผู้ บริโภค การแสดงวันหมดอายุก็เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภคตัดสินใจว่า จะซื้อสินค้าไปบริโภคทันหรือไม่
หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค กล่าวว่า ผู้บริโภครายนี้ให้ข้อมูลว่าสินค้าดังกล่าววางอยู่ในรถเข็นบริเวณที่จัดแสดง สินค้าลดราคา ซึ่งรถเข็นที่บรรจุสินค้านั้นอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้คือ ไม่รู้ว่าห้างฯ กำลังจะนำสินค้ามาจัดเรียงใหม่ หรือกำลังจะจัดเก็บสินค้าออกจากพื้นที่ หากเป็นการจัดเก็บสินค้าออกจากพื้นที่ควรดำเนินการก่อนห้างฯ เปิดทำการ เพราะการตั้งทิ้งไว้ ทำให้ไม่ทราบว่ามีเจตนาอย่างไร ซึ่งกรณีเช่นนี้หากมีผู้บริโภคที่เข้าใจผิดซื้อสินค้าไปแล้ว ห้างควรมีมาตรการเยียวยาผู้บริโภค
“ห้างสรรพสินค้าดังกล่าวควรออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะห้างมีหน้าที่ตรวจสอบสินค้าก่อนที่จะขาย ควรมีมาตรฐานในการควบคุมสินค้า และเมื่อสินค้าหมดอายุก็ควรรีบจัดเก็บทันที เพราะถ้าผู้บริโภคซื้อสินค้าและรับประทานเข้าไป ก็อาจได้รับอันตรายจากการบริโภคอาหารหมดอายุได้ รวมถึงควรออกมาแสดงความรับผิดชอบกับคนที่ซื้อสินค้าไปแล้ว คือเราต้องการให้จัดการเรื่องนี้มากกว่าการออกมากล่าวแค่คำว่าขอโทษ” นางนฤมล กล่าว
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ระบุว่าอาหารที่ไม่ปลอดภัยคือ อาหารที่หมดอายุ ซึ่งการจำหน่ายสินค้าหมดอายุ เป็นการกระทำผิดตามมาตรา 25 (4) คืออาหารที่ไม่ปลอดภัยในการบริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ