Thairath Logo
วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562
5 เม.ย. 2562 07:30 น.

 

 

“กว่าปีครึ่งที่คนเลี้ยงไก่ไข่ต้องแบกภาระขาดทุน จากภาวะไข่ไก่ ล้นตลาด วันนี้มาตรการแก้ปัญหาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มเห็นผล ราคาไข่คละหน้าฟาร์มฟื้นขึ้นอีกครั้งเป็นฟองละ 2.50 บาท หลังจากยืนราคา 2.30 บาท มาตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว แม้ราคาจะไม่สูงถึงขนาดที่จะพอมีกำไร แต่ถือว่าใกล้เคียงกับต้นทุนฟองละ 2.87 บาท ยังพอทำให้พวกเรามีรายได้ทำอาชีพนี้ต่อไป”

สุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ภาคใต้ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามสไตล์ของคนเริ่มมีความหวังในอาชีพอีกครั้ง เพราะปัญหานี้มีมาเนิ่นนานตั้งแต่เริ่มมีการเลี้ยงไก่ไข่ก็ว่าได้

ราคาไข่มีขึ้นมีลง บางคนว่ามันเป็นวัฏจักรของกลไกตลาด…แห่เลี้ยงตามกันมาก ไข่ออกมามาก ราคาก็เลยร่วง พอราคาตกเกษตรกรทยอยเลิกเลี้ยง ปริมาณไข่ลดลงราคาพุ่ง แห่เลี้ยงตามกันอีก เป็นกงเกวียนกำเกวียนหมุนวนไม่รู้จักจบสิ้น

สุเทพ สุวรรณรัตน์.

ทั้งที่รู้ปัญหาเกิดจากอะไร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครจะหยุดกงล้อหมุนวนเรื่อยเปื่อยนี้ได้…เพิ่งจะมียุคนี้นี่แหละ

“ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นเพราะความพยายามร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกรรายกลางและรายย่อยที่เดินหน้าแก้ปัญหาร่วมกัน โดยให้กรมปศุสัตว์รับหน้าที่ติดตามดำเนินการด้วยหลักการ ขอความร่วมมือ ไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐ และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค”

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงเบื้องหลังความสำเร็จ ในการแก้ปัญหาไข่ล้นตลาดที่ต้นเหตุอย่างเป็นขั้นเป็นตอน…เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 2561 ด้วยการขอความร่วมมือกัน ลดปริมาณแม่ไก่ยืนกรง ตามอายุการเลี้ยง ไม่ให้เลี้ยงลากยาวเกินอายุปลดระวาง ทั้งนี้เพื่อลดปริมาณไข่

แต่วิธีนี้ลดปริมาณไข่ได้แค่บางส่วน ยังมีไข่ส่วนเกินที่ล้นตลาดอยู่อีกมาก เลยต้องมีมาตรการเสริม ด้วยการรวบรวมไข่ล้นตลาด ส่งออกไปขายต่างประเทศ ตั้งแต่ เม.ย.2561-ปัจจุบัน ส่งไปแล้ว 138 ล้านฟอง

และตามด้วยมาตรการสำคัญ “แก้ตรงแก่นปัญหา” ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ 16 บริษัท ลดการนำเข้าและเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์–ปู่ย่าพันธุ์ไก่ไข่ตามมติคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board)

ลดการนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ให้เหลือ 3,800 ตัว และลดนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ให้เหลือ 460,000 ตัว ทั้งนี้ เพื่อให้การผลิตแม่ไก่ไข่ยืนกรงได้ 50 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่วันละ 40 ล้านฟอง ซึ่งเป็นจุดสมดุลกับการบริโภคของคนไทย ไข่จะได้ไม่ล้นตลาด

กฤษฎา บุญราช.

แต่ความสำเร็จของมาตรการนี้จะอยู่ยั้งยืนยงได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับคนในวงการไก่ไข่ ทั้งรายเล็ก-กลาง-ใหญ่ จะรักษาคำมั่นสัญญาและจะสามัคคีร่วมมือกันไปได้นานขนาดไหน

ไหนๆหนทางนี้ช่วยแก้ปัญหาซ้ำซากในวงการไข่ได้ น่าจะนำมาเป็นบทเรียนใช้กับสินค้าเกษตรอื่นๆด้วย เพราะปัญหาไม่ต่างกัน

แก่นแท้ที่ทำให้ราคาร่วงอยู่ตรงไหน มีความหาญกล้าจะควบคุมและเสียสละกันขนาดไหน.

ชาติชาย ศิริพัฒน์