ข่าวเดลินิวส์

นับถอยหลังผลิต’วัคซีนไข้หวัดนก’ เสริมทัพความมั่นคงไทย

อภ. แก้วิกฤติผู้ป่วย “ไข้หวัดนก” ทุ่มงบ 1,411.7 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่-ไข้หวัดนก แห่งแรกในประเทศไทย! อาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2560 เวลา 05.00 น.


มีคำกล่าวเอาไว้ว่าสิ่งจะทำให้เกิดการสิ้นชาติมีอยู่ 3 อย่าง คือ “ภัยพิบัติ สงครามโลก และโรคระบาด” ซึ่งจาก กรณี “ไข้หวัดนก” ระบาดเมื่อปี 2547 มี ผู้ป่วยประมาณ 800 กว่าคน เสียชีวิต เกือบ 500 คน หรืออัตราการเสียชีวิตสูงกว่า 50%

ดังนั้น “วัคซีนป้องกันโรค” จึงมีค่ายิ่งกว่าทอง ซึ่งแม้ว่ามีเงิน ก็ไม่ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ เพราะผู้ผลิตต่างต้องกันเอาไว้ ให้กับคนของตัวเอง โดยเฉพาะประเทศไทยที่ทุนไม่หนาพอ จึงได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดนกมา ใช้เป็นประเทศท้าย ๆ แถมยัง ไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ระบุว่า วิกฤติไข้หวัดนกครั้ง นั้น ทำให้แวดวงสุขภาพของไทยหันกลับมามองเรื่องของการพึ่งพาตนเอง และเดินหน้าสร้าง “โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนก” แห่งแรกของประเทศ ที่ จ.สระบุรี เงินทุน 1,411.7 ล้านบาท โดยมี อภ.เป็นผู้รับผิดชอบ

นพ.นพพร ยอมรับว่าในการก่อสร้างโรงงานฯ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ องค์ความรู้ใหม่หมด ทำให้การก่อสร้างล่าช้าไปจากกำหนดเดิม แต่ตอนนี้เดินทางมาเกือบจะถึงเส้นชัย อยู่ระหว่างการทดลองระบบ ก่อนเดินสายการผลิตได้อย่างเป็นทางการในปี 2563

ผอ.อภ. บอกด้วยว่า โรงงานนี้จะผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่บริษัทเอกชนในประเทศเป็นผู้เลี้ยงไก่สายพันธุ์เฉพาะเพื่อให้ได้ไข่ไก่ที่บริสุทธิ์ 100% สำหรับผลิตวัคซีนโดยตรง เพื่อทดแทนการนำเข้า ไข่ไก่จากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาก แถมยังเพิ่มความเสี่ยงจากการการขนส่งอีกไม่น้อย

ทั้งนี้ ขั้นตอนการผลิตวัคซีนคือ อบ “ไข่” ฆ่าเชื้อประมาณ 5 ชั่วโมง แล้วเก็บรักษาไว้ 1 วัน แล้วนำไข่ไปฟักที่ห้องควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น ประมาณ 11 วัน ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถใช้ผลิตวัคซีนได้
จากนั้นจึงตรวจสอบ เอาเฉพาะไข่ที่ตัวอ่อนยังมีชีวิตเท่านั้น ไปผลิตวัคซีน โดย ฉีดเชื้อไวรัส เข้าไปเพาะเลี้ยงให้เชื้อ ขยายปริมาณ ครบกำหนดก็ ตัดเปลือกดูดน้ำเลี้ยงรอบตัวอ่อนที่มีเชื้อไวรัสออกมาและนำไปทำให้บริสุทธิ์ก็จะถือเป็นวัคซีนเชื้อเป็น

ถ้าต้องการทำให้เป็น วัคซีนเชื้อตายก็จะฆ่าให้ตายโดยฟอร์มาลีน และนำไวรัสแต่ละสายพันธุ์มาผสมรวมกันเป็นวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มเป็น 4 สายพันธุ์


“แม้การผลิตวัคซีนจะทำได้ยากกว่าการผลิตยา แต่ก็ต้องทำ เพราะหากเกิดโรคระบาด ประเทศที่ร่ำรวยก็จะซื้อวัคซีนไปหมด ดังนั้นไทยจึงจำเป็นที่จะต้องผลิตวัคซีนเอง เพื่อรับประกันความเสี่ยงของคนไทย เพื่อความมั่นคงของประเทศ”.

—————————–

อภิวรรณ เสาเวียง…. อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/598664