ปศุสัตว์หูเป่ยสะเทือน ฟาร์มถูกตัดขาด ไก่เลี้ยงจ่อตายหลายร้อยล้านตัว

ปศุสัตว์หูเป่ยสะเทือน ฟาร์มถูกตัดขาด ไก่เลี้ยงจ่อตายหลายร้อยล้านตัว

 

 

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019-nCoV หรือ ไวรัสอู่ฮั่น ที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบทางเดินหายใจและทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 560 คนในประเทศจีน (ณ วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563) ทำให้รัฐบาลจีนเพิ่มมาตรการคุมเข้มการเดินทางของประชาชนรวมทั้งระบบการขนส่งทั้งระหว่างเมืองและระหว่างประเทศเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของโรค แต่มาตรการจำกัดการเดินทางดังกล่าวไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อธุรกิจด้านการท่องเที่ยวซึ่งเห็นผลกระทบเฉพาะหน้าชัดเจนที่สุดเท่านั้น ทว่ายังแผ่วงกว้างไปยังระบบซัพพลายเชนและการกระจายสินค้าที่พลอยถูกสกัดกั้นไปด้วย ตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจในด้านอื่นๆ เริ่มทยอยปรากฏชัดมากยิ่งขึ้นแล้วในเวลานี้

 

อาหารสัตว์ขาดแคลนหนัก

วงการปศุสัตว์ในมณฑลหูเป่ยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่น “โกลบอล ไทมส์” (Global Times) ซึ่งเป็นสื่ออย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดเผยว่า การปิดกั้นหลายมณฑลรวมทั้งหูเป่ยที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดในครั้งนี้ ทำให้ระบบซัพพลายเชนในวงการปศุสัตว์พลอยได้รับผลกระทบ และขณะนี้การควบคุมการขนส่งข้ามเมืองทำให้การลำเลียงอาหารสัตว์ไปยังฟาร์มเลี้ยงไก่ในพื้นที่ถูกสกัดกั้น ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจะทำให้ไก่เลี้ยงภายในฟาร์มของมณฑลหูเป่ยขาดอาหารตายได้หลายร้อยล้านตัวภายในไม่กี่วันข้างหน้า

สมาคมเกษตกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจีน หรือ China Animal Agriculture Association ในมณฑลหูเป่ย ได้ทำจดหมายด่วนยื่นต่อสมาคมเกษตกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจีนในระดับประเทศเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้รัฐบาลจัดหาอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและกากถั่วเหลืองจำนวนมาก ส่งมอบให้แก่ฟาร์มเลี้ยงไก่ในมณฑลหูเป่ยก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ ทั้งนี้กากถั่วเหลืองที่ใช้เป็นอาหารสัตว์เริ่มขาดแคลนแล้ว โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ระบบการขนส่งถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง จดหมายของสมาคมระบุว่า มณฑลหูเป่ยมีความต้องการอาหารเลี้ยงสัตว์จำนวนมากดังนี้คือ ข้าวโพด 18,000 ตัน และกากถั่วเหลือง 12,000 ตัน

 

 

 

หนีเสือปะจระเข้ 

ปัจจุบันหูเป่ยเป็นแหล่งผลิตไก่เลี้ยงที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศจีน โดยถือว่าเป็นมณฑลที่มีอุตสาหกรรมเลี้ยงไก่ใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของบรรดามณฑลต่างๆในประเทศ มีจำนวนไก่เลี้ยงประมาณ 348 ล้านตัว เป็นศูนย์กลางผลิตไข่ไก่ และโรงงานเชือดไก่ของมณฑลหูเป่ยก็มีกำลังการผลิตประมาณ 500 ล้านตัวต่อปี ปัญหาการถูกปิดกั้นการขนส่งและควบคุมการเข้า-ออกพื้นที่อย่างเข้มงวดทำให้อาหารสัตว์ไม่สามารถลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ได้ตามปกติ และ สต๊อกอาหารสัตว์ที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงไก่ในฟาร์มของมณฑลหูเป่ย ก็คาดว่าจะเพียงพอสำหรับการใช้อีกแค่ 3-5 วันเท่านั้น ซึ่งหากไม่มีอาหารสัตว์เพิ่มเติมเข้ามา คาดว่าไก่ในฟาร์มเลี้ยงจำนวนหลายล้านตัวจะต้องตายไป ขณะนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่บางรายได้ลดปริมาณการให้อาหารไก่ในแต่ละวันลงแล้วเพื่อประวิงเวลาให้สามารถมีอาหารเลี้ยงไก่ไปได้นานขึ้น

 

 

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาจีนประสบโรคระบาดในอุตสาหกรรมเลี้ยงหมู ทำให้ปริมาณเนื้อหมูในตลาดลดลงอย่างฮวบฮาบและดันให้ราคาทะยานสูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาเลี้ยงไก่มากขึ้น โดยสถิติช่วงสิ้นปี 2562 พบว่าจีนมีการผลิตเนื้อไก่เพิ่มขึ้นถึง 12% เป็น 22 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ก็ไม่วายพบกับปัญหาใหม่ที่เป็นผลพวงของการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นตามมาสร้างความยากลำบากให้กับเกษตรกรอีก ที่ยํ่าแย่ไปกว่านั้นสำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ก็คือข่าวการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งของไข้หวัดนก (ที่เกิดจากเชื้อไวรัส H5N1) ในมณฑลหูหนานทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งทำให้จำเป็นต้องมีการฆ่าไก่มากกว่า 17,000 ตัวแล้วเพื่อจำกัดวงของการแพร่ระบาด

 

นับเป็นเคราะห์ซํ้ากรรมซัดที่รัฐบาลจีนต้องเร่งหาทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนในเวลานี้

 

หน้า 23 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,547 วันที่ 9 – 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563