สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่ามีการขยายตัวร้อยละ 4.6 เมื่อเทียบกับปี 2560 มาจากการขยายตัวของสาขาพืช ปศุสัตว์ บริการทางการเกษตร และป่าไม้ และคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2562 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 2.5-3.5 ในทุกสาขา

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความสำเร็จสของวงการเกษตรไทย ที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการปฏิรูปภาคเกษตรของภาครัฐ ตลอดจนความร่วมมือของภาคเอกชนและเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมเกษตรของไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาที่ได้นำเอาหลักการตลาดนำการผลิตมาใช้ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาทั้งกระบวนทัศน์การผลิตสินค้าเกษตรไทย

การพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรไทยได้อย่างชัดเจน หากแต่ยังสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food security) ให้กับทั้งประชาชนไทยและผู้บริโภคในระดับโลกด้วย เพราะผลผลิตที่ได้จากฝีมือเกษตรกรไทยได้มาตรฐานสากล มีความปลอดภัยทางอาหาร เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก

จากการเฝ้าติดตามการพัฒนาภาคเกษตรมาโดยตลอด และหลายต่อหลายครั้งที่ได้เห็นความพยายามในการสร้างเสถียรภาพให้กับสินค้าเกษตร กระทั่งล่าสุดกับความสำเร็จในการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ตกต่ำ จากความร่วมมือของทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรผู้เลี้ยง ทำให้ราคาไข่ไก่ฟื้นอีกครั้ง หลังจากคนในวงการไข่ไก่ต้องแบกรับภาระขาดทุนมานานกว่าปีครึ่ง

ท่ามกลางความร่วมมือฝ่าฟันปัญหาของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ มีประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจและสอดคล้องกับการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ ด้วยการนำเข้าไก่ไข่ระดับปู่ย่าพันธุ์ (Grand Parent Stock : GP) เพื่อผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (Parent Stock : PS) สำหรับใช้เองในประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

เรื่องนี้เป็นแนวคิดของผู้บริหารซีพีที่เป็นผู้นำเข้า GP รายเดียวของไทย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเป็นเรื่องยากไม่เหมือนการเลี้ยงไก่ทั่วไปก็ตาม แต่เมื่อมองลึกไปถึงสาเหตุว่าทำไมบริษัทนี้ ถึงลงทุนนำเข้า GP เพื่อผลิต PS จึงถึงบางอ้อ เพราะเกิดจากความหวั่นเกรงว่าหากมีโรคระบาดเกิดขึ้น อุตสาหกรรมนี้ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง ดูได้จากเมื่อปี 2558 ที่เกิดวิกฤติไข้หวัดนกระบาดในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่สหรัฐฯเคยพบมา ทำให้ไทยต้องชะลอการนำเข้า PS จากสหรัฐฯ และประเทศในแถบยุโรปอีกหลายประเทศ ที่เป็นแหล่งผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ป้อนให้กับไทย เพื่อป้องกันไม่ให้โรคไข้หวัดนกเข้าสู่ไทยได้ตามมาตรฐานของ OIE ส่งผลให้จำนวนไก่ PS ลดลง กระทบกับปริมาณไข่ไก่ในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข้อเสนอที่ให้บริษัทผู้ประกอบการที่นำเข้า PS ในประเทศที่มีถึง 15 ราย หันมารวมตัวกันนำเข้าและเลี้ยง GP ผลิต PS ใช้เอง จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้อุตสาหกรรมไก่ไข่ของประเทศ และยังช่วยประหยัดเงินตราไม่ให้รั่วไหลออกนอกประเทศ จากการนำเข้าไก่ PS ที่สำคัญยังเป็นการสร้างความมั่นคงในอุตสาหกรรม เพราะไม่ต้องพึ่งการนำเข้า ไม่ต้องผูกอนาคตไว้กับต่างชาติ โดยให้กรมปศุสัตว์เป็นผู้กำกับดูแล

เรื่องนี้จึงกลายเป็นความมั่นคงในอุตสาหกรรม ไม่ใช่เฉพาะบริษัทเดียว ยังเป็นของทุกบริษัท และของเกษตรกรทุกคนด้วย นับเป็นอีกแนวคิดที่ดี ในการแก้ปัญหาปริมาณผลผลิตไข่ไก่ ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่อีกทางหนึ่ง

หากแต่ที่ผ่านมาที่ไม่มีใครลงทุนเลี้ยงปู่ย่าพันธุ์ GP ก็เพราะต้องลงทุนค่อนข้างสูงกระบวนการเลี้ยงยากลำบาก การดูแลบริหารจัดการละเอียดกว่าการเลี้ยงทั่วไปมาก การให้ผลผลิตต่ำกว่าปกติที่เลี้ยงกัน ซึ่งเรื่องนี้ไม่น่าจะเกินความสามารถของเกษตรกรไทย ขอแค่ร่วมมือร่วมใจและตกลงกันให้ดี เชื่อว่านี่จะกลายเป็นอีกทางออกเพื่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไก่ไข่ไทย

โดย…สังวาลย์ สยาม