หนังสือพิมพ์แนวหน้า — พุธที่ 10 เมษายน 2562 00:00:08 น.
เดินหน้าแผนระยะยาวเน้นส่งออก

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยหลังนายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ นำเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยจากภาคใต้และจังหวัดอื่นเข้าพบขอบคุณที่ช่วยผลักดันมาตรการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่สำเร็จว่า จากมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ของกระทรวงเกษตรฯที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเกษตรกรปรับขึ้นอยู่ที่ฟองละ 2.50 บาท ทำให้ภาวะปริมาณไข่ไก่ล้นตลาดเริ่มกลับสู่สมดุล หลังเอกชนผู้นำเข้าปู่ย่าพันธุ์ (GP) และพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ (PS) ทั้ง 16 บริษัท และเจ้าของฟาร์มไก่ไข่ขนาด 2 แสนตัว ขึ้นไป ให้ความร่วมมือลดจำนวนไก่พันธุ์และลดแม่ไก่ไข่ ยืนกรง พร้อมผลักดันส่งออกไข่ไก่ไปจำหน่ายต่างประเทศ ตามแผนปฏิบัติการ “PS Support” ของกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์หรือ Egg Board ที่มุ่งแก้ปัญหาไข่ไก่ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ด้วยการปรับสมดุลการผลิตให้เหมาะกับความต้องการบริโภคในประเทศ ลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไข่ไก่ของไทยจากปัญหาไข่ไก่ล้นตลาด เพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ขายไข่ไก่ได้ในราคาที่น่าพึงพอใจ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค

“การแก้ปัญหาราคาไข่ไก่เป็นระบบและจริงจังเริ่มตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปัจจุบัน อาศัยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนรายใหญ่และเกษตรกรผู้เลี้ยงร่วมมือตามมาตรการที่กรมปศุสัตว์กำหนด โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้เริ่มบรรลุผล ราคาไข่ไก่ขยับขึ้นใกล้เคียงต้นทุนการผลิต ช่วยเกษตรกรต่อยอดอาชีพต่อไป จากนี้จะสานต่อมาตรการเพื่อให้ราคาไข่ไก่มีเสถียรภาพ จากกิจกรรมส่งออกไข่ไก่ที่ยังเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์เปิดตลาดสิงคโปร์เพิ่มอีก 49 ล้านฟองต่อเดือน และช่วงเดือนพฤษภาคม ที่โรงเรียนเปิดภาคเรียน ราคาไข่น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น” นายกฤษฎา กล่าว

ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ปรับตัวขึ้น เป็นผลมาจากมาตรการระยะสั้นล่าสุดที่กรมประสาน ผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ให้รวบรวมไข่ไก่สดส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศแล้ว 138 ล้านฟอง ควบคู่กับการลดจำนวนแม่ไก่ไข่ยืนกรง 4,000,000 ตัว พร้อมกิจกรรม ลดพ่อแม่พันธุ์ PS ให้เหลือ 460,000 ตัว รวมถึงลดปู่ย่าพันธุ์ GP ให้เหลือ 3,800 ตัว ส่วนมาตรการระยะยาว นอกจาก ปรับลดแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้เหมาะสมตามหลักการ “ตลาด นำการผลิต” แล้ว ยังตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ ไก่ไข่ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2562 – 2566) เพื่อทบทวนยุทธศาสตร์เดิม และเพิ่มเติมเรื่องการเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน ทั้งลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมการบริโภค สร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการบริหารจัดการปริมาณการเลี้ยงที่เหมาะสม ตลอดจนจับคู่ระหว่างเกษตรกรผู้เลี้ยงรายย่อยกับผู้ซื้อโดยตรง และการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรที่ปฏิบัติตามมาตรการ แก้ปัญหา
บรรยายใต้ภาพ

ขอบคุณ : นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นายสุเทพ สุวรรณรัตน์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ นำเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ รายย่อยจากภาคใต้และจังหวัดอื่นเข้าพบ เพื่อขอบคุณที่ช่วยผลักดันมาตรการแก้ปัญหาราคาไข่ไก่ได้สำเร็จ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้