สธ.ชวนเด็กวัยเรียน “กินไข่วันละฟอง” กระตุ้นประสาทและสมอง

กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนให้เด็กวัยเรียนกินไข่วันละฟอง ควบคู่การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และดื่มนมวันละ 2 แก้ว จะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและสมอง

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการไข่ไก่ระหว่างประเทศ ได้กำหนดให้วันศุกร์ที่ 2 ของเดือน ต.ค.ของทุกปี เป็นวันไข่โลก เพื่อเป็นการรณรงค์และส่งเสริมการบริโภคไข่ เนื่องจากไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูง หาได้ง่าย และเหมาะสมสำหรับทุกเพศ ทุกวัย เป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามิน อย่างธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 บี 12 วิตามินอี วิตามินดี โฟเลต เลซิธิน ลูทีน ซีแซนทีนและโคลีน ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย

ไข่ไก่ 1 ฟอง ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี และมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุด โดยมีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าอาหารชนิดอื่น ซึ่งมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย 9 ชนิด ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและการทำงานของระบบประสาท กระตุ้นการทำงานของสมอง เสริมสมาธิและความจำ จึงอยากส่งเสริมให้ประชาชน “กินไข่ทุกวัน กินดีทุกวัย” โดยเฉพาะเด็กวัยเรียนได้กินไข่ทุกวัน ควบคู่กับการดื่มนมวันละ 2 แก้ว และส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันๆ ละ 60 นาที หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากร พ.ศ.2560 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในกลุ่มวัยเรียนบริโภคไข่ทุกวันเพียงร้อยละ 23.7

 

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เด็กในแต่ละวัยจะบริโภคไข่ในปริมาณที่ต่างกัน โดยเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ให้เริ่มที่ไข่แดงต้มสุก วันละครึ่งถึง 1 ฟอง ขณะที่เด็กอายุ 7-12 เดือน กินไข่ต้มสุกวันละครึ่งถึง 1 ฟอง ส่วนเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไปและเด็กวัยเรียน ควรกินไข่วันละฟอง ควบคู่การบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ ลดอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักหลากสี 4 ช้อนกินข้าวทุกมื้อ และผลไม้สดหลังอาหารทุกมื้อ

สำหรับกลุ่มวัยสูงอายุ สามารถกินไข่ต้มสุกได้วันละ 1 ฟอง แต่ในผู้ป่วยเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ควรกินไข่ 3 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์ ที่สำคัญต้องดูแลการบริโภคอาหารอย่างอื่นร่วมด้วย โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันสูง

นอกจากนี้ควรเลี่ยงการกินไข่ดิบ เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และไข่ขาวที่ไม่สุกจะขัดขวางการดูดซึมไบโอติน ซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งในลำไส้ ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินบีชนิดนั้นไปใช้ประโยชน์ได้ และควรกินในรูปแบบไข่ต้ม ไข่ตุ๋น จะมีปริมาณไขมันน้อยกว่าไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ลูกเขย หรืออาจกินเป็นสลัดไข่ ยำไข่ เพราะจะทำให้ได้สารอาหารที่มีประโยชน์จากไข่ และได้ใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุจากผัก ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงคือ ขนมปังไข่ดาวใส่เบคอนหรือไส้กรอก เพราะจะได้รับปริมาณไขมันสูงมากจากเบคอน น้ำมันที่ใช้ทอดและเนยที่ทาขนมปัง