สองสามีภรรยาเลิกอาชีพพ่อค้าแม่ค้า หันมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เงินเข้าวันละพันบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชัยนาท – สองสามีภรรยาชาวชัยนาท หันทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 มีรายได้เลี้ยงครอบครัววันละพันบาท ปัจจุบัน กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรพอเพียง มีคนเข้ามาศึกษาดูงานกันอย่างต่อเนื่อง

นายอุดม ดอกแดง อายุ 49 ปี และ น.ส.วัลย์นภัส เอี่ยมชื่น อายุ 35 ปี สองสามีภรรยา ชาว ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา จ.ชัยนาท เลิกทำอาชีพค้าขาย หันมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ เป็นเกษตรกร ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ด้วยการปรับเปลี่ยนที่ดินของตนเอง จำนวน 12 ไร่ เป็นแปลงเกษตรอินทรีย์ โดยแบ่งตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นที่นาปลูกข้าว 10 ไร่ ส่วนอีก 2 ไร่ เป็นพื้นที่ปลูกบ้านพักอาศัย โรงเรือนเก็บเครื่องมือการเกษตร โรงเรือนเพาะเห็ด คอกเลี้ยงสัตว์ แปลงผัก และสระน้ำ

นายอุดม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพค้าขายสินค้า ต้องตระเวนไปขายของตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งประสบปัญหา ทั้งในเรื่องของสภาพอากาศ และสภาวะเศรษฐกิจ จึงเปลี่ยนอาชีพมาทำการเกษตร ตามศาสตร์พระราชา แบบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามความต้องการของตนเองที่อยากใช้ชีวิตอย่างอิสระ เรียบง่ายและไม่ฟุ้งเฟ้อ แม้จะไม่มีความรู้เรื่องการทำเกษตรมาก่อน แต่อาศัยศึกษาหาความรู้และลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ประกอบกับได้รับคำแนะนำจากเกษตรจังหวัดชัยนาท เกษตรอำเภอหันคา และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหันคา ที่เข้ามาให้ความรู้ในเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์และช่องทางการจำหน่ายสินค้า จนประสบความสำเร็จกับอาชีพเกษตรกร สามารถยึดเป็นอาชีพ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว

โดยจะมุ้งเน้นการทำเกษตรอินทรีย์ มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์มากมาย ได้แก่ ปลูกข้าว 10 ไร่ และปลูกไม้ผล เช่น มะพร้าว มะละกอ กล้วย ส้มโอ ไว้รอบคันนา มีการปลูกผักสลัด เรดโอ๊ค-กรีนโอ๊ค ทั้งในกระถาง ในแปลงแบบยกพื้น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นผัก ชั้นล่างเป็นฟางปุ๋ยหมัก และแบบใช้น้ำไฮโดรโปนิก ที่ใช้น้ำหมักชนิดพิเศษที่เป็นสูตรคิดค้นขึ้นเองนำมาเป็นสารละลายธาตุอาหารให้แก่ผัก มีการเพาะเห็ดนางฟ้า ปลูกพืชผักสวนครัว และเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ เพื่อไว้ขาย

ส่วนสัตว์เลี้ยง มีเลี้ยงเป็ดบาบารี่ 12 ตัว ไว้เพาะลูกขาย เลี้ยงไก่ไข่ 50 ตัว เลี้ยงนกกระทา 100 ตัว ไว้เก็บไข่ขาย โดยให้กินบอระเพ็ด หยวกกล้วย รำละเอียด ผสมน้ำหมักสูตรพิเศษ ทำให้ตัวอวบอ้วน แข็งแรง ไม่เป็นโรค ส่วนในสระน้ำ เลี้ยงปลาดุก ปลานิล ปลาตะเพียน หอยขม ปูนา กุ้งฝอย และปลาไหล ไว้บริโภคและขาย นอกจากนี้ ยังมีการสีข้าวไว้กินเอง มีการผลิตปุ๋ยหมัก สูตรจากมูลสุกร มูลวัว มูลไก่ มูลไส้เดือน และผลิตสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชจากสารชีวภัณฑ์ เช่น บิวเวอร์เรีย เมธาไรเซียม และเชื้อบีที ไว้ใช้เอง ทำให้พืชชนิดต่างๆ ที่ปลูกไว้เจริญเติบโต แข็งแรง ไม่เป็นโรคและไม่มีแมลงศัตรูพืชมารบกวน ที่สำคัญ มีการใช้น้ำหมักชนิดพิเศษ ที่นายอุดม ได้คิดค้นสูตรขึ้นมาใช้เอง แต่กลับได้ผลดีเกินคาด นำไปฉีดพ่นช่วยเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืชแข็งแรง หรือจะนำไปผสมกับอาหารสัตว์ ก็ช่วยให้สัตว์ที่เลี้ยงไว้ตัวอ้วน แข็งแรง ไม่เป็นโรค

นายอุดม ได้เปิดเผยสูตรน้ำหมักชนิดพิเศษแบบไม่หวง บอกใช้น้ำตาลทรายแดงครึ่งกิโลกรัม ต้มกับน้ำสะอาด 5 ลิตร ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วผสมน้ำมะพร้าว 20 ลิตร เติมยาคูลท์ 1-2 ขวด สามารถนำไปใช้ได้เลย โดยใช้ในอัตรา น้ำหมัก 100 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร นำไปฉีดพ่นพืช หรือนำไปผสมอาหารให้สัตว์กิน แต่ไม่ควรหมักไว้นานเกิน 3 เดือน

ทั้งนี้ จากการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์มากมาย ที่สองสามีภรรยาช่วยกันทำภายในเนื้อที่ 12 ไร่ สามารถเก็บผลผลิตทั้งจากพืชและสัตว์เลี้ยงขายได้ทุกวัน สร้างรายได้ให้ไม่ต่ำกว่าวันละ 500-1,000 บาท โดยลูกค้าจะเข้าไปซื้อถึงที่บ้าน และสั่งซื้อมาทางไลน์ และทางเพจเฟซบุ๊ก “เด่นใหญ่ สโลว์ไลฟ์” ซึ่งมียอดสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนบางครั้งผลผลิตมีไม่พอขาย

ปัจจุบันไร่แห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรพอเพียง มีประชาชน เกษตรกร และนักเรียน เข้าไปศึกษาดูงานกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากใครสนใจ สามารถเดินทางไปได้ที่ “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่บ้านดอนอุโลก” ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา จ.ชัยนาท โทรศัพท์ 06-2273-8185 และ 06-2273-2409

ด้าน นายชัด ขำเอี่ยม เกษตรอำเภอหันคา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการจัดรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรวมกลุ่มการทำเกษตรอินทรีย์ โดยมีการประสานงานให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้ความรู้และส่งเสริมในการผลิตต่างๆ ซึ่งมีหลายโครงการที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้การสนับสนุนเกษตรกรในการปลูกพืชตามระบบเกษตรอินทรีย์ แต่หากเกษตรกรยังไม่พร้อมก็จะให้ความรู้ในเรื่องของการผลิตเกษตรปลอดภัยและได้มาตรฐาน