สืบวงษ์ สุขะมงคล ตัดสิทธิ์นำเข้าข้าวสาลีรายย่อยเดี้ยง

สัมภาษณ์พิเศษ

ข้อโต้แย้งกรณีที่รัฐบาลกำหนดให้ผู้ประกอบการผลิตอาหารสัตว์ซื้อข้าวโพด 3 ส่วน เพื่อนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน สำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ ถือเป็นประเด็นร้อนข้ามปีที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 สมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 11 สมาคม ได้เข้ายื่นหนังสือกระทุ้งกระทรวงพาณิชย์ขอให้ยกเลิกมาตรการ 3 ต่อ 1 อีกครั้ง

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” จึงได้สัมภาษณ์พิเศษ “ดร.สืบวงษ์ สุขะมงคล” กรรมการ บริษัท บางนาพืชผลอิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด และบริษัท ชลบุรีพืชผล อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็น 1 ใน 11 สมาคมที่เป็นแนวร่วมสมาพันธ์ เกี่ยวกับการขอยกเลิกมาตรการ 3 ต่อ 1

Q : ที่มาประกาศมาตรการ 3 ต่อ 1

เดิมข้าวโพดที่ผลิตในประเทศสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ไม่เพียงพอ เพราะธุรกิจอาหารสัตว์เติบโตปีละ 7-8% จากที่ไทยเป็นประเทศที่ใช้อาหารสัตว์ในการผลิตปศุสัตว์เพื่อส่งออกไป และหลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ค่าเงินรัสเซียตกต่ำลงมากเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์บางส่วนลดลง จึงมีการนำเข้าข้าวสาลีมาชดเชยข้าวโพดที่ขาด และได้ประโยชน์จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ต่ำลง ปัจจุบันหากเทียบราคาวัตถุดิบนำเข้า กก.ละ 6-7 บาท ขณะที่ราคาข้าวโพดในประเทศราคา กก.ละ 9.70 บาท ราคาไข่ ไก่ก็ไม่ค่อยดี จำเป็นต้องลดต้นทุนด้วยการนำเข้าวัตถุดิบที่ราคาถูกด้วย

Q : ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม

หลังจากรัฐบาลกำหนดมาตรการ3 ต่อ 1 สมาชิกของสมาคมซึ่่งมีประมาณ 30 ราย เป็นกลุ่มผู้นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ และผู้ผลิตอาหารสัตว์รายกลางและรายย่อยบางส่วน ไม่สามารถนำเข้าข้าวสาลีได้เลย ต้องหันไปค้าขายวัตถุดิบอื่นแทน เพราะตามระเบียบ (กระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตให้นำเข้าข้าวสาลีเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560) กำหนดนิยามว่า “ผู้ที่จะมีสิทธินำเข้า” ต้องเป็น “เจ้าของกิจการผู้ผลิตอาหารสัตว์ หรือได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์เท่านั้น” ทำให้เราถูกตัดสิทธิ์นำเข้าข้าวสาลี จำเป็นต้องซื้อข้าวโพดราคาสูง

แม้ว่าแต่ละปีมูลค่าการนำเข้าโดยฟาร์มย่อยอาจจะไม่มาก แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า เพราะฟาร์มรายย่อยไม่สามารถนำเข้าเองได้ ต้องพึ่งพารายใหญ่ จำนวนฟาร์มย่อยทั่วประเทศมีนับพันฟาร์ม แต่ข้าวสาลีไม่สามารถซื้อขายได้เลย ผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ก็นำเข้ามาเพื่อใช้ผลิตอาหารสำหรับใช้ในฟาร์มของตัวเอง หรือนำมาบรรจุถุงขาย บวกราคาอีก 5-10%

คนทั่วไปจะซื้อข้าวสาลีมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มไม่ได้ ประกาศนี้ทำให้ข้าวสาลีกลายเป็นสินค้าที่ถูกจำกัดจำนวนผู้เล่นในตลาด คำจำกัดความลักษณะนี้อาจขัดต่อเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2560 มีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการรายหนึ่งหรือหลายราย มีอำนาจเหนือตลาดและไปกระทบต่อการแข่งขัน แม้ว่าอยากจะนำเข้าในมาตรฐานเดียวกันก็ตาม แต่เราทำไม่ได้ เพราะโดนจำกัดสิทธิด้วยคุณสมบัติเบื้องต้น

Q : ข้อเรียกร้องของสมาคม

ในส่วนของสมาคมได้เข้าพบอธิบดีกรมการค้าภายใน และทำจดหมายถึงนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ทบทวนผ่อนปรนคำจำกัดความดังกล่าวอีกครั้ง

ขณะที่สมาพันธ์ร้องเรียนเรื่องปริมาณข้าวโพดในประเทศไม่พอ แม้ว่าจะซื้อผลผลิตข้าวโพดทั้งประเทศ คำนวณออกมาเป็นสัดส่วนนำเข้าข้าวสาลีไม่เพียงพอใช้ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการ 3 ต่อ 1 หรือปรับสัดส่วนการนำเข้าเหลือ 1 ต่อ 1

Q : ความเสียหายหากไม่ผ่อนปรน

วัตถุดิบอาหารสัตว์ขาดแคลน ราคาข้าวโพดอาจสูงขึ้นไปอีกจนเกินความจำเป็น เพราะส่วนหนึ่งข้าวโพดไม่ได้อยู่ในมือของเกษตรกรแล้ว แต่อยู่ในมือพ่อค้าคนกลาง และข้อ 2 เมื่อคำนวณตามปริมาณจากจำนวนผลผลิตคาดว่าวัตถุดิบอาหารสัตว์จะขาดในช่วงเดือนเมษายน 2561 เนื่องจากข้าวสาลีต้องนำเข้าในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเรืออาจจะมีการดีเลย์

Q : ทิศทางวัตถุดิบอาหารสัตว์ปี”61

คาดว่าจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 5-7% ต่อปี ข้าวโพดซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ให้คาร์โบไฮเดรตมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่วนราคาดีดีจีเอสยังสูงจึงไม่อาจจะไปใช้แทนข้าวโพดได้มากนัก

ขณะที่กากถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ให้สารอาหารโปรตีน ปีนี้มีความโชคดี เพราะราคาวัตถุดิบโลกราคาค่อนข้างทรงตัว กก.ละ 13-14 บาท ปี ถูกสุดในรอบ 5-10 ปี ถือเป็นจุดที่น่าสนใจมาก จากเมื่อก่อนเคยสูงถึง กก.ละ 17-20 บาท ส่วนหนึ่งค่าเงินบาทแข็ง ราคาจึงมีแนวโน้มทรงตัวไปถึงกลางปีขึ้นอยู่กับตลาดต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสในการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์มาจำหน่ายให้ลูกค้ารายกลาง และรายย่อยใช้ในราคาถูก ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าถูกลงเป็นปัจจัยช่วยให้ราคาเนื้อสัตว์ปลายทางลดลงด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่อาจจะกระทบ คือ การประกาศอัตราภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองรอบใหม่ ปี 2561-2563 ตามมติคณะกรรมการนโยบายอาหารที่ต่ออายุการลดภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะลดจากอัตราปกติ 10% เหลือ 2% ต่อเนื่องจากรอบก่อนปี 2558-2560 ที่หมดอายุไป ทางกระทรวงพาณิชย์ประชุมไปเมื่อ 12 ธันวาคม 2560 เพื่อยกร่างเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แต่ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วยังไม่ได้ข้อสรุป ทางสมาพันธ์จึงได้มีหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งผลักดันเรื่องดังกล่าว เพราะหากไม่มีประกาศ ผู้นำเข้าทุกรายจะต้องเสียภาษีนำเข้าไปแล้วไปขอคืนภายหลัง ซึ่งอาจจะกระทบเพราะบางรายไม่ได้เตรียมเงินไว้สำหรับใช้ในการเสียภาษีนี้