เผยเหตุผล ทำไมซูเปอร์มาร์เก็ตอเมริกันถึงวางไข่ไว้ในชั้นแช่เย็น แต่ยุโรปไม่!

updated: 21 ก.พ. 2560 เวลา 16:07:06 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เป็นข้อสงสัยเล็กๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต กับการไปซื้อ “ไข่” ในซูเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่มีความแตกต่างกัน โดยฝั่งยุโรปจะไม่แช่ไข่ไว้บนชั้นแช่เย็น แต่จะจัดเรียงไว้ใกล้กับพวกถั่วกระป๋อง, ส่วนผสมเค้ก และของไม่เน่าเสียง่ายอื่นๆ ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะจัดเรียงไข่ไว้ในชั้นแช่เย็นรวมกับพวกเนย, ชีส และนม

ความแตกต่างนี้เป็นผลมาจากวิธีการเลี้ยงไก่ไข่และขั้นตอนต่างๆ ในสหรัฐนั้นแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ในยุโรป โดยในสหรัฐ จะทำการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแซลโมเนลลา (salmonella) ด้วยการล้างทำความสะอาดและพ่นสารเคมีฆ่าเชื้อไปบนไข่ ก่อนจะวางขายบนท้องตลาด ไข่เหล่านี้จึงต้องวางไว้ในที่เย็น เพื่อป้องกันการเติบโตอย่างรวดเร็วของเชื้อแบคทีเรีย

ขณะที่ในยุโรปนั้นจะใช้วิธีที่แตกต่างกันในป้องกันการปนเปื้อนเชื้อแซลโมเนลลาโดยจะไม่ทำการล้างทำความสะอาดไข่ทำให้ไม่จำเป็นจะต้องใช้การแช่เย็น ซึ่งจากข้อมูลของหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของไอร์แลนด์ระบุว่า ในยุโรปจะให้ความสำคัญกับความสะอาดของไข่ตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงขั้นตอนการเก็บไข่ มากกว่าจะไปพยายามล้างทำความสะอาดพวกมันในภายหลัง ซึ่งขั้นตอนไข่ในยุโรปจึงเน้นไปที่ระบบการบริหารจัดการที่ดี และมีสุขอนามัยในโรงเรือน

ความแตกต่างนี้จึงเป็นสาเหตุให้สหราชอาณาจักรไม่นำเข้าไข่จากสหรัฐเข้ามาขาย

การเลี้ยงสัตว์ปีกและการทำความสะอาดไข่ในสหรัฐ

ในสหรัฐอเมริกา การเลี้ยงสัตว์ปีกจะถูกเลี้ยงในโรงเรือนขนาดใหญ่ ส่วนในสหราชอาณาจักรนั้นจะเลี้ยงไก่แบบอิสระ ถึงแม้ตามหลักการแล้วการเลี้ยงไก่ในพื้นที่เล็กๆ จะทำให้มันออกไข่ได้มากกว่า แต่ก็ทำให้ไข่ที่ได้ติดเชื้อแซลโมเนลลาง่ายกว่าด้วย ถึงแม้จะมีการดูแลสุขอนามัยที่ดีก็ตาม ซึ่งแบคทีเรียสามารถเข้าสู่ไข่ได้จากการที่ไก่ได้รับเชื้อ และเชื้อก็ไปพัฒนาในไข่ หรือไข่อาจได้รับเชื้อจากอึของแม่ไก่ที่ติดออกมาขณะกำลังออกไข่นั่นเอง

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อทำให้มีการออกแบบโรงเรือนให้ไข่เคลื่อนจากกรงแม่ไก่ไปสู่ส่วนล้างทำความสะอาดก่อนจะพ่นสารฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยทำความสะอาดมากขึ้น แต่ก็อาจจะเป็นการเพิ่มโอกาสที่เชื้อแบคทีเรียจากอึของแม่ไก่ที่ติดเปลือกไข่ จะไหลเข้าไปในเปลือกไข่

“การทำเปลือกไข่ให้เปียกเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นซึ่งอาจทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี และยังช่วยให้แบคทีเรียผ่านเปลือกไข่เข้าไปด้านในได้มากขึ้น จึงต้องนำไข่ที่ล้างเสร็จไปแช่ในห้องที่มีอุณหภูมิ 7.2 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าทันที” กระทรวงเกษตรของสหรัฐอธิบาย

ซึ่งหลังจากแช่เย็นแล้วก็ต้องเก็บรักษาไว้ที่เย็นตลอด เพราะหากนำไข่ในที่เย็นออกมาสู่อุณหภูมิห้อง จะทำให้เกิดน้ำเกาะที่เปลือกไข่ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้เชื้อปนเปื้อนที่เปลือกไข่ได้ โดยสมาคมประเทศผู้ผลิตไข่ระบุว่า ไม่ควรนำไข่ออกมาจากตู้เย็นนานเกิน 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง

การเลี้ยงไก่และการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยในยุโรป

สำหรับอุตสาหกรรมไข่ไก่ในยุโรปจะไม่มีการล้างไข่ก่อนนำมาวางขายเนื่องจากเชื่อว่าขั้นตอนดังกล่าวจะไปทำลายชั้นผิวนอกของเปลือกไข่ที่มีชื่อว่า”คิวติเคิล” ซึ่งจะทำให้แบคทีเรียเข้ามาภายในไข่ได้ง่ายขึ้น

นอกจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การแช่ไข่ไว้ในตู้เย็นไม่เป็นที่นิยมในสหราชอาณาจักรเพราะว่าในเกาะบริเทนมีการให้วัคซีนเชื้อแซลโมเนลลาในไก่ไข่มาตั้งแต่ปี1997หลังประชาชนหลายพันคนต้องป่วยจากเชื้อแบคทีเรียตัวนี้

รายงานของนิวยอร์กไทม์สระบุว่าแม้ว่าการฉีดวัคซีนจะมีความเชื่อมโยงกับการลดลงอย่างรวดเร็วของเชื้อแซลโมเนลลาในสหราชอาณาจักร แต่หน่วยงานของสหรัฐยังไม่ได้รับคำสั่งให้ฉีดวัคซีนดังกล่าว แม้ว่าผู้เลี้ยงไก่หลายรายจะทำวัคซีนขึ้นเพื่อฉีดให้ไก่ของพวกเขา

แต่ในปี 2010 องค์การอาหารและยาของสหรัฐได้ระบุว่า การฉีดวัคซีนดังกล่าวให้ไก่โดยไม่จำเป็น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกกฎหมาย เพราะ “ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้ว่าการฉีดวัคซีนเข้าไปในไก่จะสามารถป้องกันไม่ให้ประชาชนเจ็บป่วยจากเชื้อแซลโมเนลลาได้”รวมถึงเกษตรกรยังบ่นว่าวัคซีนมีราคาแพงทำให้แทนที่องค์การอาหารและยาสหรัฐจะไปควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ แต่หันมาควบคุมมาตรฐานของตู้แช่เย็น และกระบวนการทำความสะอาดมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่แช่ไข่ไว้ในตู้เย็น แต่สหภาพยุโรปก็แนะนำว่าควรจะวางไข่ไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิราว 17-23 องศาเซลเซียส


ประชาชาติฯออนไลน์ แปลและเรียบเรียงจาก www.businessinsider.com