ข่าวไก่ไข่

“ไข่น้ำแร่” ของดีอุทยานแจ้ซ้อน

321 18

ลำปาง – ยกระดับไข่น้ำแร่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนไม่ต้องไปกินไข่ออนเซ็นไกลถึงญี่ป่น หลังมีแม่ค้าเกิดไอเดียนำไข่น้ำแร่มาต่อยอดเป็นเมนูอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ในราคาหลักสิบ แต่ได้ชิมไข่สุกในอ่อนนอก ถือเป็นเอกลักษณ์ที่นี่ที่เดียว พร้อมยังช่วยผู้สูงอายุให้มีรายได้จากการจักรสานไม้ไผ่มาเป็นแพคเกจใส่ไข่ไก่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติอย่างสวยงาม ได้มีแม่ค้าชาวลำปางเกิดไอเดียจากที่เคยขายไข่แช่น้ำแร่เพียงอยางเดียว มาต่อยอดให้เกิดความแตกต่างด้วยการนำเอาไข่แช่น้ำแร่มาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นชุดเบนโตะ, ไข่ออนเซ็น, สลัดไข่น้ำแร่ และแพนเค้กไข่น้ำแร่ กลายเป็นจุดขายที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ต่างพากันแวะไปอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก


เจ้าของร้านจุ่มเพลิน ในตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เล่าที่มาของการเกิดไอเดียว่า เดิมอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนมีชื่อว่าวนอุทยานแอ่งน้ำอุ่น มีบ่อธรรมชาติหลายแห่งด้วยกัน และกลิ่นกำมะดันก็ไม่เหมือนกับบ่อน้ำแร่ทั่วไป เดิมทีขายไข่ไก่สด ให้นักท่องเที่ยวนำไปแช่บ่อน้ำแร่เอง และมีไข่น้ำแร่ขายยกกตระกร้าด้วย โดยไข่5ฟอง จะใส่ตระกร้าขาย 40 บาท ไข่ 13 ฟอง ขายตระกร้าละ 100 บาท โดยตระกร้าที่ใส่ไข่นั้น เป็นงานจักรสานไม้ไผ่ฝีมือของผู้สูงอายุในพื้นที่

ต่อมาเกิดแนวคิดว่า บางทีการกินไข่น้่ำแร่ใส่ซอส หรือนำไข่น้ำแร่มายำใส่เครื่องเคียงต่างๆ ก็ดูธรรมดาไป จึงนำไข่น้ำแร่มาทำเป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นไข่ออนเซ็น ชุดเบนโต๊ะ แพนเค้ก และสลัดผัก สร้างความแปลกตาให้กับนักท่องเที่ยวจนต้องแวะมาลิ้มลองอย่างไม่ขาดสายโดยลูกค้าที่มาชิมไข่น้ำแร่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ต้องไปกินไข่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น แต่มากินที่ตำบลแจ้ซ้อนแทน มีรสชาติที่อร่อย แถมราคายังย่อมเยาว์สบายกระเป๋าอีกด้วย

สำหรับไข่น้ำแร่ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนั้น จะแตกต่างจากที่บ่อน้ำแร่ที่อื่น โดยอุณหภูมิที่คงที่ 80 องศาเซสเซียส ทำให้เมื่อนำไข่ไก่สดลงไปแช่ในน้ำแร่แล้ว ไข่แดงจะสุกก่อน ส่วนไข่ขาวจะสุกตามหลัง มีลักษณะคล้ายวุ้น แม้ว่าจะแช่ให้นานเกิน 5 นาทีไข่ก็จะไม่สุกเหมือนไข่ต้มทั่วไป ถือเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ที่เดียว