“ไทยราษฏร์คีรี” โรงเรียนชายขอบ เลี้ยงไก่ไข่สู่การจัดการเชิงธุรกิจ          

11 Aug 2020 15:13 น. อ่าน 56 ครั้ง

facebook sharing button
twitter sharing button
line sharing button
sharethis sharing button

ตามดูน้องๆโรงเรียนชายขอบ “ไทยราษฏร์คีรี”  จากเลี้ยงไก่ไข่สู่ทักษะอาชีพและการจัดการเชิงธุรกิจ                    

ห่างจากตัวเมืองจังหวัดตาก ออกไปประมาณ 70 กิโลเมตร  เป็นที่ตั้งของ”โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี” ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ  โรงเรียนขนาดกลางที่มีจำนวนนักเรียน  807 คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา  42 คน  จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3 นักเรียนครึ่งหนึ่งเป็นเด็กชาวเขาชนเผ่าต่างๆ  เช่น พม่า กะเหรี่ยง มอญ และม้ง  ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน  
 
โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี  ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เมื่อปี 2560 โครงการภายใต้ความร่วมมือของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)  มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ดำเนินการร่วมกันมาตั้งแต่ปี  2532 ช่วยบรรเทาปัญหาทุพโภชนาการของเด็กและเยาวชน  ด้วยการส่งเสริมให้เข้าถึงการบริโภคไข่ไก่ทีเป็นโปรตีนคุณภาพ   จนถึงปัจจุบัน มีพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนโครงการ ฯ อาทิ   บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) และ หอการค้าญี่ปุ่น- กรุงเทพฯ (JCC)  ซึ่งโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี เป็นโรงเรียนลำดับที่ 662 จากทั้งหมด  855  โรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ   
 
จากปี  2560 ปีแรกที่โรงเรียนได้รับการสนับสนุนแม่ไก่ 300 ตัวจากซีพีเอฟ  รวมทั้งมีการสร้างโรงเรือนมาตรฐานพร้อมอุปกรณ์  อาหารไก่  วัคซีน ให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมกับส่งผู้เชี่ยวชาญของซีพีเอฟถ่ายทอดความรู้การเลี้ยงไก่ไข่ให้คุณครูและนักเรียนที่รับผิดชอบโครงการฯ    ปัจจุบันโรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่  2 อีก  300 ตัว  เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงสัตว์สู่โรงเรียนและขยายผลสู่ชุมชนต่อไป   ทำให้เกิดการเรียนรู้  และนำไปประยุกต์ใช้สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน  

นอกจากผลผลิตไข่ไก่ที่สามารถนำส่งเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ 3 มื้อต่อสัปดาห์ตามเป้าหมายของโครงการฯแล้ว   โรงเรียนส่งเสริมการจัดกิจกรรมแปรรูปผลผลิตไข่ไก่เป็นอาหารหลากหลายเมนู  สอดคล้องไปกับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนที่เน้นส่งเสริมทักษะอาชีพให้กับเด็กๆ อาทิ  กิจกรรมของชุมนุมอาหารนำไข่ไก่มาแปรรูปเป็นคุ้กกี้ เค้ก เพื่อจำหน่ายในร้าน In Doi schoolshop  ร้าน INCA Coffee  ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าและร้านเบเกอรี่ของโรงเรียน  และจำหน่ายในร้านค้าสหกรณ์ ส่งเสริมเด็กๆมีรายได้ระหว่างเรียน  เงินที่ได้รับเด็กๆ นำไปบริหารจัดการในเรื่องที่จำเป็น เช่น  การศึกษา เก็บออม  และส่งเสริมให้เด็กนักเรียนทุกคนมีสมุดเงินฝากออมทรัพย์   


 
“เมา เมา” เด็กนักเรียนชาวพม่า อายุ 19 ปี  กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 ได้รับมอบหมายจากคุณครูช่วยดูแลโครงการเลี้ยงไก่ไข่  เล่าว่า  ได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่มาตั้งแ โรงเรียนเลี้่ยงไก่รุ่นแรก หลังจากที่พี่ๆที่รับผิดชอบโครงการจบชั้น ม. 3 ไปแล้ว  คุณครูจึงมอบหมายให้ผมมาช่วยดูแลโครงการฯแทน  ดีใจเพราะทำให้ผมมีรายได้ตอบแทนจากการเลี้ยงไก่ไข่เดือนละ 1,000 บาท  ผมต้องดูแลแม่ที่ป่วยทำงานไม่ได้ และน้องสาวอีก 2 คน  นอกจากนี้ โครงการนี้ ฯทำให้เด็กนักเรียนได้ทานไข่ไก่เป็นอาหารกลางวันสัปดาห์ละ  2-3 มื้อ และความรู้เรื่องวิธีการเลี้ยงไก่ไข่ที่ถูกต้องจากพี่ๆ ซีพีเอฟ  เช่น  สอนให้สังเกตไก่ป่วย ผมสามารถถ่ายทอดและให้คำแนะนำกับเพื่อนๆไปใช้ได้จริง 
 
ด.ช.พงศกร กาบแก้ว หรือเกรซ อายุ  15 ปี  เด็กนักเรียนคนไทย กำลังศึกษาชั้น  ม. 3 เล่าว่า  โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯมีประโยชน์หลายอย่าง  ทำให้นักเรียนมีความรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่  เช่น ที่บ้านผมเลี้ยงไก่บ้านไว้ และมีไก่ป่วยตาเป็นฝ้าขาว ผมได้รับคำแนะนำจากเมา เมา ซึ่งมีประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่ไข่  ให้ผมไปซื้อยามาหยอดให้ไก่ แค่สัปดาห์เดียวตาของไก่ก็กลับมาเป็นปกติ  นอกจากนี้ ในอนาคตผมอยากมีร้านเบเกอรี่ของตัวเอง จึงสนใจเรียนรู้การทำอาหาร กิจกรรมในชุมนุมอาหารของโรงเรียน  ที่นำผลผลิตไข่ไก่มาแปรรูปเป็นเมนูต่างๆ เช่น  คุ้กกี้ เค้ก เค้กกล้วยหอม ขนมปัง  และขนมดอกจอกซึ่งเป็นสูตรที่นำไข่แดงมาผสมเพื่อเพิ่มความอร่อย   ฯลฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราวางจำหน่ายที่่ร้านกาแฟ INCA Coffee  ของโรงเรียน  เด็กๆได้ฝึกทักษะอาชีพที่ตัวเองสนใจ และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีราย
รับ-รายจ่าย   เป็นความรู้ที่นำไปใช้ได้ต่อไป    

นางศิริภัสสร  ชุมภูเทพ  ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี   กล่าวว่า  รู้สึกโชคดีที่ รร.ไทยราษฎร์คีรี ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน  โดยได้รับมอบโครงการและไก่ไข่  300 ตัวเมื่อปี 2560  โครงการนี้เกิดผลกับนักเรียน คือ  เด็กๆได้ทานไข่ไก่ที่สะอาด สด จากฟาร์มของเราเอง ได้ฝึกทักชีวิต ทักษะอาชีพ นอกเหนือจากทักษะวิชาการที่ทางโรงเรียนจัดให้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน   ต่อยอดทำขนมขายมีรายได้ระหว่างเรียน มีโอกาสศึกษาต่อ ชุมชนมีแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่เพื่อประกอบอาชีพ ได้ทานไข่ไก่ที่สะอาด สด ในช่วงปิดเทอม และยังนำมาจำหน่ายแก่ชุมชน และโรงเรียนมองเป้าหมายต่อยอดโครงการไว้ คือ จะพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่บรรจุในรายสาระเพิ่มเติม ในหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อให้เด็กๆทุกคนมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่ และสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพในอนาคต   การเชิญผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานมาให้ความรู้อย่างสม่ำเสมอ  อาทิ กรมปศุสัตว์  ที่ให้ความรู้และข้อแนะนำเกี่ยวกับการดูแลโรงเรือน การทำความสะอาด การเก็บมูลไก่  และพัฒนาสูตรขนมในการใช้ไข่ไก่มาเป็นวัตถุดิบ  สร้างความมั่นคงและยั่งยืนของการเป็นแหล่งอาหารและอาชีพแก่เด็กๆ    

ด้าน คุณครูนิชาภา  บุญประเสริฐ  คุณครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวว่า  โครงการเลี้ยงไก่ไข่ ฯ ทำให้เด็กๆ มีโอกาสได้เรียนรู้ทักษะการเลี้ยงไก่ การบริหารจัดการ และรู้จักรับผิดชอบ  โดยไก่ไข่ที่เลี้ยงรุ่นแรก 300 ตัว ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไก่และอาหารสัตว์จากซีพีเอฟ  โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย  โดยรายได้จากโครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ ในรุ่นแรก มีรายได้มากกว่า  2 แสนบาท  ปัจจุบัน โรงเรียนเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่สอง จำนวน 300 ตัว  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อพันธุ์ไก่ ซื้ออาหารไก่เอง เด็กๆ จึงต้องเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ การทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายทุกๆวัน  จากการเก็บผลผลิตไข่ไก่วันละ 250 ฟอง  จัดสรรเข้าโครงการอาหารกลางวันนักเรียน วางจำหน่ายที่ร้านค้าสหกรณ์ของโรงเรียนราคาต่อแผง(30 ฟอง) 70 บาท  และอีกส่วนหนึ่งนักเรียนนำไปแปรรูปเป็นขนมต่างๆ   
 
ซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สพฐ. และพันธมิตร  มุ่งมั่นเดินหน้าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน  ส่งมอบโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้แก่เยาวชนและชุมชน  ไม่ใช่แค่เป้าหมายเด็กและเยาวชนได้อิ่มท้องด้วยอาหารโปรตีนคุณภาพสูงอย่างไข่ไก่ แต่ยังเป็นการเติมอาหารสมองจากโอกาสที่เด็กและเยาวชนจะได้เรียนรู้ทักษะอาชีพ และทักษะการบริหารจัดการเชิงธุรกิจอีกด้วย