5/7/2555 สางปม "อาหารสัตว์" ไม่ง่าย ผู้ผลิต-ผู้ใช้-เกษตรกรร้องหาสมดุล

ชุมชนฟาร์มไก่ไข่-ไข่ไก่

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
+ ชุมชนฟาร์มไก่ไข่-ไข่ไก่ » พูดคุยภาษาฟาร์มไก่ไข่ » วัตถุดิบอาหารสัตว์ (ผู้ดูแล: weeraya)
 สางปม "อาหารสัตว์" ไม่ง่าย ผู้ผลิต-ผู้ใช้-เกษตรกรร้องหาสมดุล

ผู้เขียน หัวข้อ: สางปม "อาหารสัตว์" ไม่ง่าย ผู้ผลิต-ผู้ใช้-เกษตรกรร้องหาสมดุล  (อ่าน 3846 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

admin

  • ฟาร์มไก่ไข่ดอทคอม
  • Administrator
  • ผุ้บัญชาการฟาร์มไก่ไข่
  • *****
  • ความดี +36/-5
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 3864

  • ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง
    • ดูรายละเอียด
    • ฟาร์มไก่ไข่




สางปม "อาหารสัตว์" ไม่ง่าย ผู้ผลิต-ผู้ใช้-เกษตรกรร้องหาสมดุล   
    updated: 11 ก.ค. 2559 เวลา 14:00:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
 ปมขัดแย้งระหว่างสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 11 สมาคม กับสภาเกษตรกรแห่งชาติ เกี่ยวกับการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ยืดเยื้อมานานนับเดือนยังไม่ได้ข้อสรุป โดยฝ่ายผู้ผลิตอาหารสัตว์ยืนยันว่าต้องนำเข้าข้าวสาลีและกากข้าวโพดเอทานอล (Distillers Dried Grains with Solubles หรือ DDGS) เพราะวัตถุดิบภายในมีไม่เพียงพอ หากลดภาษีจะช่วยทำให้ต้นทุนวัตถุดิบต่ำลง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่เกษตรกรกังวลว่า หากลดภาษีจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรไม่สามารถแข่งขันกับวัตถุดิบนำเข้าได้

ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จัดทำผลวิเคราะห์ผลได้-ผลเสียการปรับลดภาษีนำเข้าและปรับสูตรหาอาหารสัตว์ 3 กรณีศึกษา โดยสรุปว่าการลดภาษีนำเข้ากากข้าวโพดเอทานอล (DDGS) กากคาโนลา และกลูเทนข้าวโพดจะทำให้รัฐบาลสูญเสียภาษี เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการจำหน่าย ซึ่งเมื่อหักลบกันแล้วไม่คุ้มค่ากับต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง

ส่วน "ข้าวสาลี" ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสินค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ จึงทำให้ไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาหารือทั้งในวงของ สศก. และในวงที่ประชุมคณะทำงานกำกับดูแลสินค้าอาหารสัตว์ครบวงจรของกระทรวง พาณิชย์

แต่ด้วยข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่า การนำเข้าข้าวสาลี ปี 2558 มีปริมาณเกือบ 4 ล้านตัน จากช่วงปี 2553-2554 ที่เคยนำเข้าสูงสุดเพียง 3-4 แสนตัน เพื่อมาทดแทนข้าวโพด ซึ่งไทยผลิตไม่เพียงพอ และมีราคาสูง กก.ละ 8.50 ส่วนข้าวสาลี กก.ละ 7-8 บาท ต่างกัน 2-3 บาท แต่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก เพราะแนวโน้มการผลิตปศุสัตว์ไทยเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ความต้องการอาหารสัตว์เพิ่มขึ้นตามไปด้วยจาก 16 ล้านตัน เป็น 18 ล้านตันในปีนี้ ขณะที่ปริมาณวัตถุดิบในประเทศลดลง ส่งผลให้แนวโน้มราคาวัตถุดิบในประเทศขยับสูง ดังนั้น

รัฐต้องหาทางออกที่สมดุลให้กับผู้ผลิต-ผู้ใช้อาหารสัตว์ เกษตรกรผู้ปลูกพืช ข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงผู้ขายบายโปรดักต์เช่น โรงสีข้าว หลายล้านคนก

ผู้ผลิตอาหารสัตว์แย้งสูตร สศก.


ในมุมนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ในฐานะเลขาธิการสมาพันธ์ปศุสัตว์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เห็นว่า ผลวิเคราะห์ สศก.เป็นการมองในมิติด้านการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังขาดข้อมูลในมิติด้านการตลาด ทางผู้ผลิตอาหารสัตว์จะขอชี้แจงกับ สศก.อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าสาเหตุที่ผู้ผลิตอาหารสัตว์จำเป็นต้องนำเข้าข้าวสาลี และกากข้าวโพดเอทานอล (DDGS) มาทดแทนผลผลิตข้าวโพดในประเทศ ซึ่งผลิตได้เพียง 4.5-4.6 ล้านตันต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ 7.8-7.9 ล้านตันต่อปี ทำให้มีส่วนต่าง3 ล้านตัน จึงต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ทั้งข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน ในปีนี้จะมีการนำเข้าปริมาณ 1 ล้านตัน

ส่วนที่เหลือ 2 ล้านจะนำเข้าข้าวสาลี และ DDGS แต่อาจจะมีปริมาณสูงกว่า 2 ล้านตัน เพราะไม่สามารถเทียบสัดส่วน 1 ต่อ 1 แบบข้าวโพดได้ ขึ้นอยู่กับสูตรอาหารของวัตถุดิบแต่ละชนิดต่างกัน 

อย่างไรก็ตาม สมาคมยังไม่สามารถการันตีได้ว่าราคาอาหารสัตว์ปลายทางจะปรับลดลงกี่บาท เพราะราคาวัตถุดิบนำเข้ามีการผันแปรไปตามราคาตลาดโลก โดยบางครั้งราคาข้าวสาลีไม่ได้ต่ำกว่าข้าวโพด และปัจจุบันธุรกิจอาหารสัตว์มีการแข่งขันสูง และมีปัญหาขาดทุน ซึ่งการลดต้นทุนนี้จะส่งผลต่อผู้ผลิตได้ไม่เท่ากัน

แต่รัฐบาลไม่ควรจำกัดการนำเข้าข้าวสาลี เพราะสินค้านี้เปิดแบบเสรี และหากนำมาใช้เพื่อผลิตอาหารสัตว์ต้องเป็นไปตามมาตรฐานข้อกำหนดของกรม ปศุสัตว์ ซึ่งมี พ.ร.บ.อาหารสัตว์ควบคุมอยู่ 

นอกจากนี้ยืนยันได้ว่าการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์กลุ่มนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร ในประเทศ เพราะผู้ผลิตอาหารสัตว์ยังมีข้อตกลงที่จะซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรตามนโยบาย พยุงราคา เฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ 8.50 บาท หรือในราคาที่สูงกว่าตลาดโลก 

เกษตรกรฝากโจทย์รัฐ


ในอีกมุมหนึ่งเกษตรกรฝากความหวังว่าเป็นไปได้หรือไม่ 1) หากไทยจะถอยหลังกลับไปตั้งกำแพงภาษีนำเข้าข้าวสาลี เพราะไม่ได้ผูกพันไว้ใน WTO หรือ 2) หากไม่ปรับภาษีนำเข้าอาจต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมปศุสัตว์ กรมการค้าต่างประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการกำหนดมาตรฐาน หรือให้ขอหนังสือรับรองใบอนุญาตนำเข้า หรือ 3) ผู้ผลิตอาหารต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่า เกษตรกรจะได้ประโยชน์อย่างไร ต้นทุนภาษีอาหารสัตว์ที่ลดลงทำให้ราคาอาหารสัตว์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ และมีการเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด โดยออกประกาศล็อกเวลานำเข้าเฉพาะในช่วงเดือน ก.พ.-ส.ค.ของทุกปี ไม่ให้กระทบราคาผลผลิต และขอให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรในราคา กก.ละ 8.50 บาทไม่ใช่จำกัดเรื่องเอกสารสิทธิได้หรือไม่
                     

คุณชนะชัย (ฝ่ายการตลาด)

  • บุคคลทั่วไป



Solinoid Driven Dosing Pump EMEC (Metering pump)
 บริษัท เอส ไรคส์ จำกัด จำหน่าย ปั๊มมิเตอร์ริ่ง ปั๊มโดส ปั๊มฟีดเคมี  ปั๊มคลอรีน ปั๊มทนกรด ปั๊มทนเ่าง ปั๊มติ๊ก เครื่องสูบเคมี เครื่องจ่ายสารละลายคลอรีน เครื่องควบคุมค่าpH จ่ายสารเคมี อะไหล่ปั๊มเคมี ขับเคลื่อนด้วยโซลินอยด์ สำหรับจ่ายน้ำยาเคมี คลอรีน สารส้ม กรด ด่าง ปูนขาว โซดาไฟ โพลิเมอร์ แอนตี้สเกล ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบบำบัดน้ำดี ระบบฆ่าเชื้อ พาสเจอร์ไรส์ ปรับสภาพน้ำ ฟาร์ม น้ำบาดาล น้ำผิวดิน ปรับค่า pH ในการผลิตน้ำดื่ม งานสระว่ายน้ำ เป็นปั๊มคุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับการสูบ-จ่าย การโดส ปั้มเคมี สารเคมี สารละลาย ได้หลากหลายชนิด ส่วนประกอบและตัวปั๊มผลิตขึ้นด้วยวัสดุคุณภาพสูง โดยเฉพาะส่วนที่ต้องสัมผัสกับของเหลวโดยตรง  และยังมีหลายรุ่นให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม โดยมีการแนะนำให้เลือกใช้ปั๊มด้วยช่าง และ ทีมงานมืออาชีพ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณชนะชัย (ฝ่ายการตลาด) 0917741197,022618818  chja@sreichcompany.com หรือ www.sreichcompany.com
Air Operate Double Diphragm Pump} Centrufugal Pump, Drum Pump, Barrel Pump, Hygienic Pump, Sanitary Pump, Peristaltic pump, Hose pump, Vertical Pump, Magnetic pump, Metering Pump, Dosing pump, Screw Pump, Progressive cavity pump, disinfection system, Controller, Probe, sensor
imza
+ ชุมชนฟาร์มไก่ไข่-ไข่ไก่ » พูดคุยภาษาฟาร์มไก่ไข่ » วัตถุดิบอาหารสัตว์ (ผู้ดูแล: weeraya)
 สางปม "อาหารสัตว์" ไม่ง่าย ผู้ผลิต-ผู้ใช้-เกษตรกรร้องหาสมดุล
 


Facebook Comments


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.062 วินาที กับ 23 คำสั่ง