5/7/2555 "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" ่ไก่เศรษฐกิจฐานราก..โสตสุรินทร์เลี้ยงแล้วจ้า เชิญเข้าดูงานได้

ชุมชนฟาร์มไก่ไข่-ไข่ไก่

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

+ ชุมชนฟาร์มไก่ไข่-ไข่ไก่ » ข่าวประชาสัมพันธ์ » ข่าวเกษตร,กรมปศุสัตว์
 "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" ่ไก่เศรษฐกิจฐานราก..โสตสุรินทร์เลี้ยงแล้วจ้า เชิญเข้าดูงานได้
เครื่องคัดไข่ อภิชาติฟาร์ม ธันย์วรินทร์ไข่สด สำเภารุ่งเรืองค้าไข่ รถเข็นไข่ จันทาฟาร์ม เครื่องคัดไข่มือ2 ไข่เยี้ยวม้า

ผู้เขียน หัวข้อ: "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" ่ไก่เศรษฐกิจฐานราก..โสตสุรินทร์เลี้ยงแล้วจ้า เชิญเข้าดูงานได้  (อ่าน 1598 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สุนทร

  • จันทาฟาร์มไก่ไข่
  • สมาคมคนเลี้ยงไก่ไข่
  • ผุ้บัญชาการฟาร์มไก่ไข่
  • ***
  • ความดี +16/-0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • เพศ: ชาย
  • กระทู้: 1234

  • จันทาฟาร์มไก่ไข่-ฉะเชิงเทรา จำหน่ายไข่ไก่ 082-4711216
    • ดูรายละเอียด
    • ฟาร์มไก่ไข่

[/t][/c]
 
    คลิ๊กที่ภาพ [/t][/t]
  00000<<<<<ช่วง ต้นเดือน พฤษภาคม 2555 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรม "การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รุ่นที่ 1" สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเฉพาะความพิการ(รร.สอนนักเรียนหูหนวก/ตาบอด/ร่างกาย พิการ/ปัญญาอ่อน) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม...เป้า หมายเพื่อให้ผู้บริหารได้เรียนรู้ด้านงานอาชีพที่หลากหลาย และนำไปทำจริงที่โรงเรียน...สำหรับอาชีพมีหลากหลาย เช่น เลี้ยงโคขุน/ทำนา/ฟาร์มวรนัส/เห็ดนางฟ้า/ไก่ตะเภาทอง/ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ แต่ที่สนใจ(บุญรักษ์ คลองมิ่ง ผอ.รร.โสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์) คือ "ไก่ตะเภาทอง" เพราะสีสดสวย เลี้ยงง่าย ได้คุยกับ อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทอง และสั่งทันที 500 ตัว และวันที่  14 พฤษภาคม 2555 ได้รับไก่ตะเภาทอง  จำนวน 370 ตัว (สั่งไว้ 500 ตัวได้รับจริง 370 ตัว เนื่องจากเพาะไม่ทัน)  ถึงวันนี้ ไก่ตะเภาทองรุ่นแรกเหลืออยู่ 70 ตัว เพราะได้จำหน่ายเข้าโรงครัว เป็นอาหารของนักเรียน และได่ตะเภาทองรุ่นที่ 2 ได้เลี้ยงเมื่อ 11 กันยายน 2555 ซึ่งขณะนี้ โตมากแล้ว...ส่วนรุ่นที่ 3 จะไปรับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 จำนวน 1,000 ตัว..วันที่ 23 ตุลาคม 2555 ได้อ่านมติชนออนไลน์ ได้ลงสกรุ๊ปข่าวไก่ตะเภาทอง ซึ่งให้ข้อมูลโดย นายสุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทองพร้อมคณะ...และได้สำเนาคำให้สัมภาษณ์ ข้อคิดในการเลี้ยง "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" มาให้ทุกท่านได้อ่านแล้ว ขอยืนยัน สนับสนุนทุกประเด็นคำพูดของอาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ ว่า "ไก่ตะเภาทองมีดี และดีจริง ๆ" อ่านได้เลยครับ และย่านอีสานใต้ มีโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ แห่งเดียวที่เลี้ยงไก่ตะเภาทอง..หากต้องการทราบข้อมูล ติดต่อได้ที่ ผอ.บุญรักษ์ คลองมิ่ง ผอ.รร.โสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ 08-1878-7089 หรือติดต่อที่ทีมวิจัยโดยตรง อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ 0–3428–1078–9[/size]
 00000000000000000000000000000000
 
นักวิจัย มก. ผลิตไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:55:00 น.

 <<<<<
นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และทีมนักวิจัย ได้แก่ นางภคอร อัครมธุรากุล และนางสาวเรญา ม้าทอง และนางจุฑามาศ จงรุจิโรจน์ชัย จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้วิจัยและผสมข้ามพันธุ์ ระหว่าง ไก่ตะเภาทอง กับ ไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ไก่พื้นเมืองจีน จนได้สายพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม หวานหอม นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น นึ่ง ต้ม ตุ๋น หรือนำไปทำข้าวมันไก่ และยังแปรรูปได้หลากหลายประเภทอีกด้วย
 <<<<<นายสุชาติ หัวหน้าทีมนักวิจัยกล่าวถึงแนวคิดในการผลิต“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ว่า เนื่องจากตลาดและผู้บริโภค ยังมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง และต้องการอาหารปลอดภัย ที่มีขบวนการ ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน (Organic food) ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันประชาชนทั่วไปหรือผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จึงได้คิดค้นและพัฒนาสายพันธุ์ที่ที่เหมาะและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ บริโภค
 <<<<<จากนั้น ได้ทำการวางแผนการผสมพันธุ์ โดยคัดเลือกพ่อพันธุ์ - แม่พันธุ์ ระหว่าง “ไก่ตะเภาทอง” กับ “ไก่พันธุ์สามเหลือง” หรือ “ไก่ซาอึ๊ง” ไก่พื้นเมืองของจีน (พ่อตะเภาทอง+แม่สามเหลือง) ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์มีความคงทนต่อสภาวะอากาศที่แปรปรวนได้ดียี่ยม รวมถึงมีเนื้อนุ่ม หอม กรอบอร่อยเหมือนกัน และได้ทำการผสมพันธุ์จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ ให้มีลักษณะพันธุ์ที่ดีมีความโดดเด่น จนได้ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 <<<<<นายสุชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” เป็นไก่ลูกผสมสองสายพันธุ์ โดยลักษณะทั่วไป มีรูปร่างสมส่วนสวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีหงอนแบบจักร และหงอนหินแบบไก่พื้นเมือง ขนสีเหลืองทอง แข้งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง หนังเหลืองเรียบเนียน เนื้อนุ่ม หวานกรอบมากเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ นอกจากนี้ยังเลี้ยงง่าย แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย
 <<<<<การเลี้ยงและการดูแล ในระยะแรกเกิดต้องกกให้ความอบอุ่นเช่นเดียวกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป ประมาณ 1- 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ส่วนวิธีการให้อาหาร ให้น้อยแต่บ่อย ๆ ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ลูกไก่กินอาหารได้ดีมีความแข็งแรง และมีน้ำสะอาดให้ลูกไก่อย่างเพียงพอ เมื่อลูกไก่มีอายุประมาณ 15 - 20 วัน ควรขยายพื้นที่เพิ่ม (พื้นที่ขนาด 3x4 เมตร= 12 ตารางเมตร เลี้ยงไก่ได้ 100 ตัว) เมื่อไก่มีอายุได้ 3 – 4 สัปดาห์ เริ่มปล่อยออกนอกโรงเรือนและให้อาหารเสริมในการเลี้ยงได้ เนื่องจากไก่เริ่มแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะเรียนรู้จิกกินพืชผักผลไม้ ใบไม้ใบหญ้า แหล่งอาหารเสริมสำหรับไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์จะได้จากการปลูกพืชของเกษตรกร ในท้องถิ่นนั้น ๆ อาทิ หนวดข้าวโพดฝักอ่อน ฝรั่ง ชมพู่ ผักบุ้ง แตงกวา หยวกกล้วย แหน และหญ้าขนสับ นำมามาผสมกับรำ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหารและเพิ่มมูลค่าทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 3 – 4 เดือนเท่านั้น น้อยกว่าไก่ พื้นเมืองถึง 2 – 3 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ ประมาณ 2.2 ขายได้กิโลกรัม 80 - 100 บาท (ไก่เป็น) และไก่ชำแหละกิโลกรัม 120 - 150 บาท มีต้นทุนค่าอาหารเพียง 60 บาทเท่านั้น
 <<<<<ปัจจัยสำคัญสำหรับขบวนการผลิตที่เน้นความปลอดภัยมาสู่ ผู้บริโภค คือ การเลี้ยงด้วยอาหารเสริมที่มีอยู่ในท้องถิ่นและยังใช้พืชผักสมุนไพรต่าง ๆ ในการเลี้ยงเพื่อเสริมสร้างให้ไก่มีร่างกายที่แข็งแรงทนทานต่อโรคต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติพื้นบ้าน (Natural Animal Husbandry) และยังโตเร็วไม่ต้องใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เร่งการเจริญเติบโต ไม่มีสารปนเปื้อน ทำให้ได้เนื้อ ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ที่ เนื้อแน่น นุ่ม และรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสามารถเลี้ยงเป็นไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษได้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายประเภท อาทิ ไก่สับ ไก่ต้ม ไก่นึ่ง ไก่ตุ๋น ข้าวหน้าไก่ โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำข้าวมันไก่จะอร่อยมาก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และราคาถูกกว่าไก่พื้นบ้านไทยอีกด้วย
 <<<<<สำหรับผู้สนใจพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” สามารถขอรับคำแนะนำ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน / ศูนย์วิจัยและพัฒนา การผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 0– 3428–1078–900000<<<<<ช่วงต้นเดือน พฤษภาคม 2555 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรม "การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รุ่นที่ 1" สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเฉพาะความพิการ(รร.สอนนักเรียนหูหนวก/ตาบอด/ร่างกาย พิการ/ปัญญาอ่อน) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม...เป้าหมายเพื่อให้ผู้บริหารได้เรียนรู้ด้านงานอาชีพที่หลากหลาย และนำไปทำจริงที่โรงเรียน...สำหรับอาชีพมีหลากหลาย เช่น เลี้ยงโคขุน/ทำนา/ฟาร์มวรนัส/เห็ดนางฟ้า/ไก่ตะเภาทอง/ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ แต่ที่ข้าพเจ้าสนใจคือ "ไก่ตะเภาทอง" เพราะสีสดสวย เลี้ยงง่าย ได้คุยกับ อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทอง และสั่งทันที 500 ตัว และวันที่  14 พฤษภาคม 2555 ได้รับไก่ตะเภาทอง  จำนวน 370 ตัว (สั่งไว้ 500 ตัวได้รับจริง 370 ตัว เนื่องจากเพาะไม่ทัน)  ถึงวันนี้ ไก่ตะเภาทองรุ่นแรกเหลืออยู่ 70 ตัว เพราะได้จำหน่ายเข้าโรงครัว เป็นอาหารของนักเรียน และได่ตะเภาทองรุ่นที่ 2 ได้เลี้ยงเมื่อ 11 กันยายน 2555 ซึ่งขณะนี้ โตมากแล้ว...ส่วนรุ่นที่ 3 จะไปรับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 จำนวน 1,000 ตัว..วันที่ 23 ตุลาคม 2555 ได้อ่านมติชนออนไลน์ ได้ลงสกรุ๊ปข่าวไก่ตะเภาทอง ซึ่งให้ข้อมูลโดย นายสุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทองพร้อมคณะ...และได้สำเนาคำให้สัมภาษณ์ ข้อคิดในการเลี้ยง "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" มาให้ทุกท่านได้อ่านแล้ว ขอยืนยัน สนับสนุนทุกประเด็นคำพูดของอาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ ว่า "ไก่ตะเภาทองมีดี และดีจริง ๆ" อ่านได้เลยครับ และย่านอีสานใต้ มีโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ แห่งเดียวที่เลี้ยงไก่ตะเภาทอง..หากต้องการทราบข้อมูล ติดต่อได้ที่ ผอ.บุญรักษ์ คลองมิ่ง ผอ.รร.โสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ 08-1878-7089 หรือติดต่อที่ทีมวิจัยโดยตรง อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ 0–3428–1078–9
 00000000000000000000000000000000
 นักวิจัย มก. ผลิตไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:55:00 น.
 <<<<<นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และทีมนักวิจัย ได้แก่ นางภคอร อัครมธุรากุล และนางสาวเรญา ม้าทอง และนางจุฑามาศ จงรุจิโรจน์ชัย จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้วิจัยและผสมข้ามพันธุ์ ระหว่าง ไก่ตะเภาทอง กับ ไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ไก่พื้นเมืองจีน จนได้สายพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม หวานหอม นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น นึ่ง ต้ม ตุ๋น หรือนำไปทำข้าวมันไก่ และยังแปรรูปได้หลากหลายประเภทอีกด้วย
 <<<<<นายสุชาติ หัวหน้าทีมนักวิจัยกล่าวถึงแนวคิดในการผลิต“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ว่า เนื่องจากตลาดและผู้บริโภค ยังมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง และต้องการอาหารปลอดภัย ที่มีขบวนการ ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน (Organic food) ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันประชาชนทั่วไปหรือผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จึงได้คิดค้นและพัฒนาสายพันธุ์ที่ที่เหมาะและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ บริโภค
 <<<<<จากนั้น ได้ทำการวางแผนการผสมพันธุ์ โดยคัดเลือกพ่อพันธุ์ - แม่พันธุ์ ระหว่าง “ไก่ตะเภาทอง” กับ “ไก่พันธุ์สามเหลือง” หรือ “ไก่ซาอึ๊ง” ไก่พื้นเมืองของจีน (พ่อตะเภาทอง+แม่สามเหลือง) ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์มีความคงทนต่อสภาวะอากาศที่แปรปรวนได้ดียี่ยม รวมถึงมีเนื้อนุ่ม หอม กรอบอร่อยเหมือนกัน และได้ทำการผสมพันธุ์จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ ให้มีลักษณะพันธุ์ที่ดีมีความโดดเด่น จนได้ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 <<<<<นายสุชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” เป็นไก่ลูกผสมสองสายพันธุ์ โดยลักษณะทั่วไป มีรูปร่างสมส่วนสวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีหงอนแบบจักร และหงอนหินแบบไก่พื้นเมือง ขนสีเหลืองทอง แข้งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง หนังเหลืองเรียบเนียน เนื้อนุ่ม หวานกรอบมากเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ นอกจากนี้ยังเลี้ยงง่าย แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย
 <<<<<การเลี้ยงและการดูแล ในระยะแรกเกิดต้องกกให้ความอบอุ่นเช่นเดียวกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป ประมาณ 1- 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ส่วนวิธีการให้อาหาร ให้น้อยแต่บ่อย ๆ ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ลูกไก่กินอาหารได้ดีมีความแข็งแรง และมีน้ำสะอาดให้ลูกไก่อย่างเพียงพอ เมื่อลูกไก่มีอายุประมาณ 15 - 20 วัน ควรขยายพื้นที่เพิ่ม (พื้นที่ขนาด 3x4 เมตร= 12 ตารางเมตร เลี้ยงไก่ได้ 100 ตัว) เมื่อไก่มีอายุได้ 3 – 4 สัปดาห์ เริ่มปล่อยออกนอกโรงเรือนและให้อาหารเสริมในการเลี้ยงได้ เนื่องจากไก่เริ่มแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะเรียนรู้จิกกินพืชผักผลไม้ ใบไม้ใบหญ้า แหล่งอาหารเสริมสำหรับไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์จะได้จากการปลูกพืชของเกษตรกร ในท้องถิ่นนั้น ๆ อาทิ หนวดข้าวโพดฝักอ่อน ฝรั่ง ชมพู่ ผักบุ้ง แตงกวา หยวกกล้วย แหน และหญ้าขนสับ นำมามาผสมกับรำ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหารและเพิ่มมูลค่าทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 3 – 4 เดือนเท่านั้น น้อยกว่าไก่ พื้นเมืองถึง 2 – 3 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ ประมาณ 2.2 ขายได้กิโลกรัม 80 - 100 บาท (ไก่เป็น) และไก่ชำแหละกิโลกรัม 120 - 150 บาท มีต้นทุนค่าอาหารเพียง 60 บาทเท่านั้น
 <<<<<ปัจจัยสำคัญสำหรับขบวนการผลิตที่เน้นความปลอดภัยมาสู่ ผู้บริโภค คือ การเลี้ยงด้วยอาหารเสริมที่มีอยู่ในท้องถิ่นและยังใช้พืชผักสมุนไพรต่าง ๆ ในการเลี้ยงเพื่อเสริมสร้างให้ไก่มีร่างกายที่แข็งแรงทนทานต่อโรคต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติพื้นบ้าน (Natural Animal Husbandry) และยังโตเร็วไม่ต้องใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เร่งการเจริญเติบโต ไม่มีสารปนเปื้อน ทำให้ได้เนื้อ ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ที่ เนื้อแน่น นุ่ม และรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสามารถเลี้ยงเป็นไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษได้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายประเภท อาทิ ไก่สับ ไก่ต้ม ไก่นึ่ง ไก่ตุ๋น ข้าวหน้าไก่ โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำข้าวมันไก่จะอร่อยมาก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และราคาถูกกว่าไก่พื้นบ้านไทยอีกด้วย
 <<<<<สำหรับผู้สนใจพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” สามารถขอรับคำแนะนำ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน / ศูนย์วิจัยและพัฒนา การผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 0– 3428–1078–900000<<<<<ช่วงต้นเดือน พฤษภาคม 2555 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรม "การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รุ่นที่ 1" สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเฉพาะความพิการ(รร.สอนนักเรียนหูหนวก/ตาบอด/ร่างกาย พิการ/ปัญญาอ่อน) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม...เป้าหมายเพื่อให้ผู้บริหารได้เรียนรู้ด้านงานอาชีพที่หลากหลาย และนำไปทำจริงที่โรงเรียน...สำหรับอาชีพมีหลากหลาย เช่น เลี้ยงโคขุน/ทำนา/ฟาร์มวรนัส/เห็ดนางฟ้า/ไก่ตะเภาทอง/ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ แต่ที่ข้าพเจ้าสนใจคือ "ไก่ตะเภาทอง" เพราะสีสดสวย เลี้ยงง่าย ได้คุยกับ อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทอง และสั่งทันที 500 ตัว และวันที่  14 พฤษภาคม 2555 ได้รับไก่ตะเภาทอง  จำนวน 370 ตัว (สั่งไว้ 500 ตัวได้รับจริง 370 ตัว เนื่องจากเพาะไม่ทัน)  ถึงวันนี้ ไก่ตะเภาทองรุ่นแรกเหลืออยู่ 70 ตัว เพราะได้จำหน่ายเข้าโรงครัว เป็นอาหารของนักเรียน และได่ตะเภาทองรุ่นที่ 2 ได้เลี้ยงเมื่อ 11 กันยายน 2555 ซึ่งขณะนี้ โตมากแล้ว...ส่วนรุ่นที่ 3 จะไปรับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 จำนวน 1,000 ตัว..วันที่ 23 ตุลาคม 2555 ได้อ่านมติชนออนไลน์ ได้ลงสกรุ๊ปข่าวไก่ตะเภาทอง ซึ่งให้ข้อมูลโดย นายสุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทองพร้อมคณะ...และได้สำเนาคำให้สัมภาษณ์ ข้อคิดในการเลี้ยง "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" มาให้ทุกท่านได้อ่านแล้ว ขอยืนยัน สนับสนุนทุกประเด็นคำพูดของอาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ ว่า "ไก่ตะเภาทองมีดี และดีจริง ๆ" อ่านได้เลยครับ และย่านอีสานใต้ มีโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ แห่งเดียวที่เลี้ยงไก่ตะเภาทอง..หากต้องการทราบข้อมูล ติดต่อได้ที่ ผอ.บุญรักษ์ คลองมิ่ง ผอ.รร.โสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ 08-1878-7089 หรือติดต่อที่ทีมวิจัยโดยตรง อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ 0–3428–1078–9
 00000000000000000000000000000000
 นักวิจัย มก. ผลิตไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:55:00 น.
 <<<<<นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และทีมนักวิจัย ได้แก่ นางภคอร อัครมธุรากุล และนางสาวเรญา ม้าทอง และนางจุฑามาศ จงรุจิโรจน์ชัย จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้วิจัยและผสมข้ามพันธุ์ ระหว่าง ไก่ตะเภาทอง กับ ไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ไก่พื้นเมืองจีน จนได้สายพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม หวานหอม นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น นึ่ง ต้ม ตุ๋น หรือนำไปทำข้าวมันไก่ และยังแปรรูปได้หลากหลายประเภทอีกด้วย
 <<<<<นายสุชาติ หัวหน้าทีมนักวิจัยกล่าวถึงแนวคิดในการผลิต“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ว่า เนื่องจากตลาดและผู้บริโภค ยังมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง และต้องการอาหารปลอดภัย ที่มีขบวนการ ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน (Organic food) ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันประชาชนทั่วไปหรือผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จึงได้คิดค้นและพัฒนาสายพันธุ์ที่ที่เหมาะและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ บริโภค
 <<<<<จากนั้น ได้ทำการวางแผนการผสมพันธุ์ โดยคัดเลือกพ่อพันธุ์ - แม่พันธุ์ ระหว่าง “ไก่ตะเภาทอง” กับ “ไก่พันธุ์สามเหลือง” หรือ “ไก่ซาอึ๊ง” ไก่พื้นเมืองของจีน (พ่อตะเภาทอง+แม่สามเหลือง) ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์มีความคงทนต่อสภาวะอากาศที่แปรปรวนได้ดียี่ยม รวมถึงมีเนื้อนุ่ม หอม กรอบอร่อยเหมือนกัน และได้ทำการผสมพันธุ์จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ ให้มีลักษณะพันธุ์ที่ดีมีความโดดเด่น จนได้ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 <<<<<นายสุชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” เป็นไก่ลูกผสมสองสายพันธุ์ โดยลักษณะทั่วไป มีรูปร่างสมส่วนสวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีหงอนแบบจักร และหงอนหินแบบไก่พื้นเมือง ขนสีเหลืองทอง แข้งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง หนังเหลืองเรียบเนียน เนื้อนุ่ม หวานกรอบมากเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ นอกจากนี้ยังเลี้ยงง่าย แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย
 <<<<<การเลี้ยงและการดูแล ในระยะแรกเกิดต้องกกให้ความอบอุ่นเช่นเดียวกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป ประมาณ 1- 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ส่วนวิธีการให้อาหาร ให้น้อยแต่บ่อย ๆ ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ลูกไก่กินอาหารได้ดีมีความแข็งแรง และมีน้ำสะอาดให้ลูกไก่อย่างเพียงพอ เมื่อลูกไก่มีอายุประมาณ 15 - 20 วัน ควรขยายพื้นที่เพิ่ม (พื้นที่ขนาด 3x4 เมตร= 12 ตารางเมตร เลี้ยงไก่ได้ 100 ตัว) เมื่อไก่มีอายุได้ 3 – 4 สัปดาห์ เริ่มปล่อยออกนอกโรงเรือนและให้อาหารเสริมในการเลี้ยงได้ เนื่องจากไก่เริ่มแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะเรียนรู้จิกกินพืชผักผลไม้ ใบไม้ใบหญ้า แหล่งอาหารเสริมสำหรับไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์จะได้จากการปลูกพืชของเกษตรกร ในท้องถิ่นนั้น ๆ อาทิ หนวดข้าวโพดฝักอ่อน ฝรั่ง ชมพู่ ผักบุ้ง แตงกวา หยวกกล้วย แหน และหญ้าขนสับ นำมามาผสมกับรำ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหารและเพิ่มมูลค่าทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 3 – 4 เดือนเท่านั้น น้อยกว่าไก่ พื้นเมืองถึง 2 – 3 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ ประมาณ 2.2 ขายได้กิโลกรัม 80 - 100 บาท (ไก่เป็น) และไก่ชำแหละกิโลกรัม 120 - 150 บาท มีต้นทุนค่าอาหารเพียง 60 บาทเท่านั้น
 <<<<<ปัจจัยสำคัญสำหรับขบวนการผลิตที่เน้นความปลอดภัยมาสู่ ผู้บริโภค คือ การเลี้ยงด้วยอาหารเสริมที่มีอยู่ในท้องถิ่นและยังใช้พืชผักสมุนไพรต่าง ๆ ในการเลี้ยงเพื่อเสริมสร้างให้ไก่มีร่างกายที่แข็งแรงทนทานต่อโรคต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติพื้นบ้าน (Natural Animal Husbandry) และยังโตเร็วไม่ต้องใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เร่งการเจริญเติบโต ไม่มีสารปนเปื้อน ทำให้ได้เนื้อ ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ที่ เนื้อแน่น นุ่ม และรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสามารถเลี้ยงเป็นไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษได้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายประเภท อาทิ ไก่สับ ไก่ต้ม ไก่นึ่ง ไก่ตุ๋น ข้าวหน้าไก่ โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำข้าวมันไก่จะอร่อยมาก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และราคาถูกกว่าไก่พื้นบ้านไทยอีกด้วย
 <<<<<สำหรับผู้สนใจพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” สามารถขอรับคำแนะนำ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน / ศูนย์วิจัยและพัฒนา การผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 0– 3428–1078–900000<<<<<ช่วงต้นเดือน พฤษภาคม 2555 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรม "การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รุ่นที่ 1" สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเฉพาะความพิการ(รร.สอนนักเรียนหูหนวก/ตาบอด/ร่างกาย พิการ/ปัญญาอ่อน) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นครปฐม...เป้าหมายเพื่อให้ผู้บริหารได้เรียนรู้ด้านงานอาชีพที่หลากหลาย และนำไปทำจริงที่โรงเรียน...สำหรับอาชีพมีหลากหลาย เช่น เลี้ยงโคขุน/ทำนา/ฟาร์มวรนัส/เห็ดนางฟ้า/ไก่ตะเภาทอง/ไม้ดอกไม้ประดับ ฯลฯ แต่ที่ข้าพเจ้าสนใจคือ "ไก่ตะเภาทอง" เพราะสีสดสวย เลี้ยงง่าย ได้คุยกับ อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทอง และสั่งทันที 500 ตัว และวันที่  14 พฤษภาคม 2555 ได้รับไก่ตะเภาทอง  จำนวน 370 ตัว (สั่งไว้ 500 ตัวได้รับจริง 370 ตัว เนื่องจากเพาะไม่ทัน)  ถึงวันนี้ ไก่ตะเภาทองรุ่นแรกเหลืออยู่ 70 ตัว เพราะได้จำหน่ายเข้าโรงครัว เป็นอาหารของนักเรียน และได่ตะเภาทองรุ่นที่ 2 ได้เลี้ยงเมื่อ 11 กันยายน 2555 ซึ่งขณะนี้ โตมากแล้ว...ส่วนรุ่นที่ 3 จะไปรับที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 จำนวน 1,000 ตัว..วันที่ 23 ตุลาคม 2555 ได้อ่านมติชนออนไลน์ ได้ลงสกรุ๊ปข่าวไก่ตะเภาทอง ซึ่งให้ข้อมูลโดย นายสุชาติ สงวนพันธุ์ ทีมวิจัยไก่ตะเภาทองพร้อมคณะ...และได้สำเนาคำให้สัมภาษณ์ ข้อคิดในการเลี้ยง "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" มาให้ทุกท่านได้อ่านแล้ว ขอยืนยัน สนับสนุนทุกประเด็นคำพูดของอาจารย์สุชาติ สงวนพันธุ์ ว่า "ไก่ตะเภาทองมีดี และดีจริง ๆ" อ่านได้เลยครับ และย่านอีสานใต้ มีโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ แห่งเดียวที่เลี้ยงไก่ตะเภาทอง..หากต้องการทราบข้อมูล ติดต่อได้ที่ ผอ.บุญรักษ์ คลองมิ่ง ผอ.รร.โสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ 08-1878-7089 หรือติดต่อที่ทีมวิจัยโดยตรง อ.สุชาติ สงวนพันธุ์ 0–3428–1078–9
 00000000000000000000000000000000
 นักวิจัย มก. ผลิตไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:55:00 น.
 <<<<<นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และทีมนักวิจัย ได้แก่ นางภคอร อัครมธุรากุล และนางสาวเรญา ม้าทอง และนางจุฑามาศ จงรุจิโรจน์ชัย จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้วิจัยและผสมข้ามพันธุ์ ระหว่าง ไก่ตะเภาทอง กับ ไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ไก่พื้นเมืองจีน จนได้สายพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษ มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม หวานหอม นำมาประกอบอาหารต่าง ๆ เช่น นึ่ง ต้ม ตุ๋น หรือนำไปทำข้าวมันไก่ และยังแปรรูปได้หลากหลายประเภทอีกด้วย
 <<<<<นายสุชาติ หัวหน้าทีมนักวิจัยกล่าวถึงแนวคิดในการผลิต“ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” ว่า เนื่องจากตลาดและผู้บริโภค ยังมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง และต้องการอาหารปลอดภัย ที่มีขบวนการ ผลิตแบบธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน (Organic food) ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันประชาชนทั่วไปหรือผู้บริโภคใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และเน้นอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น จึงได้คิดค้นและพัฒนาสายพันธุ์ที่ที่เหมาะและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ บริโภค
 <<<<<จากนั้น ได้ทำการวางแผนการผสมพันธุ์ โดยคัดเลือกพ่อพันธุ์ - แม่พันธุ์ ระหว่าง “ไก่ตะเภาทอง” กับ “ไก่พันธุ์สามเหลือง” หรือ “ไก่ซาอึ๊ง” ไก่พื้นเมืองของจีน (พ่อตะเภาทอง+แม่สามเหลือง) ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์มีความคงทนต่อสภาวะอากาศที่แปรปรวนได้ดียี่ยม รวมถึงมีเนื้อนุ่ม หอม กรอบอร่อยเหมือนกัน และได้ทำการผสมพันธุ์จนประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์ ให้มีลักษณะพันธุ์ที่ดีมีความโดดเด่น จนได้ไก่ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์”
 <<<<<นายสุชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” เป็นไก่ลูกผสมสองสายพันธุ์ โดยลักษณะทั่วไป มีรูปร่างสมส่วนสวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีหงอนแบบจักร และหงอนหินแบบไก่พื้นเมือง ขนสีเหลืองทอง แข้งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง หนังเหลืองเรียบเนียน เนื้อนุ่ม หวานกรอบมากเป็นเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ นอกจากนี้ยังเลี้ยงง่าย แข็งแรง ทนโรคเช่นเดียวกับไก่พื้นเมืองของไทย
 <<<<<การเลี้ยงและการดูแล ในระยะแรกเกิดต้องกกให้ความอบอุ่นเช่นเดียวกับการเลี้ยงไก่ทั่วไป ประมาณ 1- 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ส่วนวิธีการให้อาหาร ให้น้อยแต่บ่อย ๆ ครั้ง เพื่อกระตุ้นให้ลูกไก่กินอาหารได้ดีมีความแข็งแรง และมีน้ำสะอาดให้ลูกไก่อย่างเพียงพอ เมื่อลูกไก่มีอายุประมาณ 15 - 20 วัน ควรขยายพื้นที่เพิ่ม (พื้นที่ขนาด 3x4 เมตร= 12 ตารางเมตร เลี้ยงไก่ได้ 100 ตัว) เมื่อไก่มีอายุได้ 3 – 4 สัปดาห์ เริ่มปล่อยออกนอกโรงเรือนและให้อาหารเสริมในการเลี้ยงได้ เนื่องจากไก่เริ่มแข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมที่จะเรียนรู้จิกกินพืชผักผลไม้ ใบไม้ใบหญ้า แหล่งอาหารเสริมสำหรับไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์จะได้จากการปลูกพืชของเกษตรกร ในท้องถิ่นนั้น ๆ อาทิ หนวดข้าวโพดฝักอ่อน ฝรั่ง ชมพู่ ผักบุ้ง แตงกวา หยวกกล้วย แหน และหญ้าขนสับ นำมามาผสมกับรำ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหารและเพิ่มมูลค่าทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้ เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 3 – 4 เดือนเท่านั้น น้อยกว่าไก่ พื้นเมืองถึง 2 – 3 เดือน น้ำหนักเฉลี่ยตัวละ ประมาณ 2.2 ขายได้กิโลกรัม 80 - 100 บาท (ไก่เป็น) และไก่ชำแหละกิโลกรัม 120 - 150 บาท มีต้นทุนค่าอาหารเพียง 60 บาทเท่านั้น
 <<<<<ปัจจัยสำคัญสำหรับขบวนการผลิตที่เน้นความปลอดภัยมาสู่ ผู้บริโภค คือ การเลี้ยงด้วยอาหารเสริมที่มีอยู่ในท้องถิ่นและยังใช้พืชผักสมุนไพรต่าง ๆ ในการเลี้ยงเพื่อเสริมสร้างให้ไก่มีร่างกายที่แข็งแรงทนทานต่อโรคต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะเป็นการเลี้ยงแบบธรรมชาติพื้นบ้าน (Natural Animal Husbandry) และยังโตเร็วไม่ต้องใช้ฮอร์โมนสังเคราะห์เร่งการเจริญเติบโต ไม่มีสารปนเปื้อน ทำให้ได้เนื้อ ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ที่ เนื้อแน่น นุ่ม และรสชาติหวานหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสามารถเลี้ยงเป็นไก่อินทรีย์ปลอดสารพิษได้ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายประเภท อาทิ ไก่สับ ไก่ต้ม ไก่นึ่ง ไก่ตุ๋น ข้าวหน้าไก่ โดยเฉพาะเมื่อนำมาทำข้าวมันไก่จะอร่อยมาก เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และราคาถูกกว่าไก่พื้นบ้านไทยอีกด้วย
 <<<<<สำหรับผู้สนใจพันธุ์ “ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์” สามารถขอรับคำแนะนำ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสุชาติ สงวนพันธุ์ และ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร กำแพงแสน / ศูนย์วิจัยและพัฒนา การผลิตสัตว์ปีก สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจเพื่อการค้นคว้าและพัฒนาปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โทรศัพท์ 0– 3428–1078–900000<<<<<ช่วงต้นเดือน พฤษภาคม 2555 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ.กระทรวงศึกษาธิการ จัดอบรม "การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รุ่นที่ 1" สำหรับผู้บริหารโรงเรียนเฉพาะความพิการ(รร.สอนนักเรียนหูหนวก/ตาบอด/ร่างกาย พิการ/ปัญญาอ่อน) ที่มหาวิ
imza
+ ชุมชนฟาร์มไก่ไข่-ไข่ไก่ » ข่าวประชาสัมพันธ์ » ข่าวเกษตร,กรมปศุสัตว์
 "ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์" ่ไก่เศรษฐกิจฐานราก..โสตสุรินทร์เลี้ยงแล้วจ้า เชิญเข้าดูงานได้
 

+ ตอบด่วน

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
Type the letters shown in the picture
Listen to the letters / Request another image
Type the letters shown in the picture:
ไก่มีกี่ขา(ใส่เป็นตัวเลข):



Facebook Comments


หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.205 วินาที กับ 21 คำสั่ง