ผู้เลี้ยงไก่ไข่ผลผลิตวูบ ขอปรับราคา 20 สตางค์ หนีขาดทุน ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง
วันที่ 23 มีนาคม 2569 – 13:00 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่วอนเห็นใจขยับราคาฟอง 20 สตางค์ หนีขาดทุน เหตุกลไกตลาดหน้าร้อนหนักฉุดผลผลิตไข่ไก่วูบ 5% แถมไซซ์ลดเบอร์เล็ก เจอสงครามทุบซ้ำต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์นำเข้าพุ่ง-น้ำมันแพง
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ และประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด เปิดเผยว่า ในทุกปีช่วงหน้าร้อนบวกกับอากาศที่ร้อนจัดจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของไก่ ทำให้ไก่กินอาหารได้น้อยลงและสุขภาพอ่อนแอลง แต่ในปีนี้สภาพอากาศมีความรุนแรงและแปรปรวนเป็นพิเศษ ทำให้ผลผลิตไข่ไก่ลดลงประมาณ 3-5% โดยประมาณ

มาโนช ชูทับทิม
นอกจากปริมาณที่ลดลงแล้ว ขนาดของไข่ไก่ยังเล็กลง เนื่องจากสภาวะอากาศเช่นนี้ ไก่ไม่สามารถให้ไข่ขนาดใหญ่ได้ตามปกติ ส่งผลให้ไข่เบอร์ใหญ่ (เช่น เบอร์ 0) ขาดแคลนอย่างหนักในท้องตลาด โดยขนาดไข่ส่วนใหญ่อาจลดลงจากเบอร์ 0 กลายเป็นเบอร์ 1 หรือลดลงถึง 2 ขนาดในบางกรณี ซึ่งสถานการณ์ความร้อนนี้คาดว่าจะยังคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 2 เดือนก่อนจะเข้าสู่ฤดูฝน
“แม้ราคาประกาศจะอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง แต่ในความเป็นจริงผลผลิตไข่ไก่ล้น ทำให้ราคาซื้อขายจริงเหลือเพียง 2.70-2.90 บาทต่อฟองเท่านั้น ส่งผลให้เกษตรกรต้องแบกรับภาวะขาดทุนสะสมมานานกว่า 2-3 เดือน เมื่อเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรจำนวนมากจึงต้องตัดสินใจ ‘ปลดไก่’ หรือลดจำนวนการเลี้ยงลงเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ปริมาณไข่ไก่ในระบบลดลงและราคาปรับขึ้นตามกลไกตลาด”
อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับต้นทุนการผลิตจากข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินไว้ที่ 3.20 บาท/ฟอง นั้นก็เท่ากับราคาประกาศเป็น 3.40 บาท จึงช่วยให้เกษตรกรพอจะมีกำไรเพียงเล็กน้อย เพื่อประคองตัวให้อยู่รอดได้ และราคาไข่ยังเป็นว่าเป็นอาหารโปรตีนที่ราคาต่ำสุดเมื่อเทียบกับอาหารโปรตีนอื่น ๆ
Advertisement
“ราคาปรับขึ้นไป 20 สตางค์ ยังไม่ทันจะกำไรก็ต้องมาเจอกับปัจจัยความท้าทายใหม่ สงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้านำเข้าโดยเฉพาะกากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารไก่ไข่ รวมถึงเคมีภัณฑ์และค่าน้ำมันขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกัน บีบคั้นให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และคาดว่าในเดือนต่อ ๆ ไป ผลกระทบจากต้นทุนเหล่านี้จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นภาระหนักที่ผู้เลี้ยงต้องแบกรับไว้ เราไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไรเองไม่ได้ กลไกตลาดและกลไกราคามันทำงานของมันเอง เมื่อทุกภาคส่วนได้รับผลกระทบ เราจึงอยากให้เข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้วงการไก่ไข่และทุกภาคส่วนสามารถอยู่รอดไปด้วยกันได้”…