
เส้นทางสู่เสถียรภาพ ถอดบทเรียนการจัดการ “วิกฤตไข่ไก่ไทย”
เส้นทางสู่เสถียรภาพ ถอดบทเรียนการจัดการ “วิกฤตไข่ไก่ไทย”
- เผยแพร่ : 27/03/2026 13:26
Post Views: 34

เส้นทางสู่เสถียรภาพ ถอดบทเรียนการจัดการ “วิกฤตไข่ไก่ไทย”
อุตสาหกรรมไก่ไข่ของไทยถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีเกษตรกรรายย่อยนับแสนรายเป็นฐานราก อย่างไรก็ตาม ไข่ไก่เป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหวสูง ราคามักผันผวนตามปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ โรคระบาด หรือแม้แต่ช่วงเทศกาลและปิดเทอม เมื่อผลผลิตล้นตลาด ราคาจะตกต่ำจนเกษตรกรขาดทุน แต่เมื่อมีการลดการเลี้ยงลงจนของขาดตลาด ราคาก็จะดีดกลับขึ้นมา เป็นวงจรเช่นนี้ตามกลไกตลาดเสมอ
กลยุทธ์การแก้ปัญหา
ในอดีต ประเทศไทยเคยปล่อยเสรีการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ (PS) จนเกิดสภาวะไข่ล้นตลาดอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายต้องปิดตัวลงจนเหลือเพียง 16 ราย วิกฤตครั้งนั้นนำไปสู่การปรับตัวครั้งใหญ่ ดังนี้:
- การควบคุมซัพพลายต้นทาง: กรมปศุสัตว์เข้ามาบริหารจัดการปริมาณปู่ย่าพันธุ์และพ่อแม่พันธุ์ให้สมดุลกับความต้องการบริโภค
- มาตรการลดจำนวนแม่ไก่: ในปี 2561-2562 ทั้ง 16 บริษัทได้ร่วมมือกันลดจำนวนพ่อแม่พันธุ์ลงตามสัดส่วน (จาก 6 แสนตัว เหลือ 4 แสนตัว) เพื่อดึงราคาไข่ไก่ให้กลับมามีเสถียรภาพ
- ความเสียสละของภาคเอกชน: ผู้ประกอบการยอมปลดแม่ไก่ก่อนกำหนดและผลักดันการส่งออก ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมนับร้อยล้านบาท เพื่อรักษาประโยชน์ของเกษตรกรรายย่อยและภาพรวมของอุตสาหกรรม

กลไกการบริหารโดย “เอ้กบอร์ด” (Egg Board)
หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายคือ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ได้แก่:
- ฝ่ายนโยบาย: มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน พร้อมด้วยปลัดกระทรวงฯ และอธิบดีกรมปศุสัตว์
- ฝ่ายสนับสนุนและกำกับดูแล: ตัวแทนจากกรมการค้าภายใน, กรมส่งเสริมสหกรณ์, สศก. และ มกอช.
- ฝ่ายปฏิบัติและผู้ทรงคุณวุฒิ: นายกสมาคมที่เกี่ยวข้อง (ผู้เลี้ยงไก่ไข่, ผู้ผลิตอาหารสัตว์, สัตวบาล) และตัวแทนสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่
ทิศทางสู่อนาคต
ปัจจุบัน การเปิดฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ไม่ใช่เรื่องที่ถูกปิดกั้น แต่ผู้ประกอบการรายใหม่ต้องนำเสนอแผนการผลิตและตลาดที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อโครงสร้างราคาในประเทศ การยกระดับมาตรฐานฟาร์มและระบบป้องกันโรค ควบคู่ไปกับการวางแผนการผลิตที่แม่นยำ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้วงการไก่ไข่ไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน