
Play
05 ต.ค. 69 | 10:47 น.
อัปเดตล่าสุด :05 ต.ค. 69 | 17:11 น.
วิกฤตไข่ไก่กำลังส่งแรงสะเทือนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หลังน้ำท่วม 4 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี สร้างความเสียหายหนักต่อฟาร์มไก่ไข่ ไก่ตายกว่า 3.25 ล้านตัว ผลผลิตหายจากระบบวันละกว่า 2-7 ล้านฟอง
ขณะที่ล้งและผู้ค้าต้องเผชิญภาวะ “มีเงินแต่ไม่มีไข่” ต้องเร่งหาแหล่งไข่มาทดแทน ท่ามกลางต้นทุนการจัดหาและขนส่งที่สูงขึ้น เมื่อสินค้าเริ่มขาดมือ ราคาจึงไม่ได้ขยับเพียงปลายทาง แต่กำลังไล่ขึ้นมาตลอดห่วงโซ่
โดยเฉพาะ “ไข่เบอร์” หน้าฟาร์ม ซึ่งผู้ค้าในตลาดสะท้อนว่า ราคาหน้าฟาร์มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะไข่เบอร์ 2 หน้าฟาร์มมีราคาสูงกว่าราคาอ้างอิงถึง 30-40 สตางค์ต่อฟอง จากสถานการณ์ปกติที่เคยซื้อขายต่ำกว่าราคาอ้างอิงราว 10 สตางค์
ประเด็นนี้กลายเป็นอีกหนึ่ง “จุดร้อน” ของตลาด เพราะขณะที่ภาครัฐมีการติดตามราคาไข่คละหน้าฟาร์ม แต่ ราคาไข่เบอร์หน้าฟาร์มไม่มีการประกาศราคากลางอย่างเป็นทางการ ทำให้กลไกการซื้อขายขึ้นอยู่กับสถานการณ์จริงของอุปสงค์–อุปทานในแต่ละพื้นที่ สะท้อนตลาดที่กำลังตึงตัวตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ และเปิดคำถามสำคัญว่า ในวันที่ “ไข่ไม่มี” ใครเป็นผู้กำหนดราคาไข่ไก่เบอร์หน้าฟาร์ม?
จากการประชุมวาระเร่งด่วนเรื่อง “การรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่” ของกรมปศุสัตว์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีรองอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธาน ที่ประชุมรายงานความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก และปราจีนบุรี พบไก่ไข่ได้รับความเสียหายในหลายช่วงอายุรวมกว่า 3.25 ล้านตัว แบ่งเป็น ไก่ไข่ยืนกรงตาย 2,760,094 ตัว ไก่ไข่รุ่นตาย 483,228 ตัว และไก่ PS ตาย 12,378 ตัว เฉพาะจังหวัดฉะเชิงเทรา พบฟาร์มไก่ไข่ได้รับผลกระทบ 14 ฟาร์ม โดยมี 3 ฟาร์มที่ได้รับความเสียหาย 100%
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงความเสียหายของเกษตรกร แต่กำลังกลายเป็นปัญหาด้านปริมาณไข่ในตลาด เพราะกรมปศุสัตว์ประเมินว่า ผลผลิตไข่ไก่ลดลงจากระดับปกติประมาณ 2.2–2.5 ล้านฟองต่อวัน เมื่อผลผลิตหายไปในระดับหลายล้านฟองต่อวัน ขณะที่ความต้องการบริโภคยังเดินหน้าตามปกติ ตลาดจึงเข้าสู่ภาวะตึงตัว ผู้ค้าต้องเร่งกระจายแหล่งซื้อ ขณะที่บางล้งสะท้อนว่าปริมาณไข่ที่เข้ามาหายไปมากกว่าครึ่ง
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่เกษตรกร แต่ลามถึงผู้รวบรวม ล้ง และผู้ค้าไข่ไก่โดยตรงผู้ประกอบการบางรายสะท้อนภาพตลาดว่า จากเดิมสามารถจัดหาไข่ได้ตามคำสั่งซื้อ ปัจจุบันกลับต้องออกหาไข่จากหลายพื้นที่ และบางช่วงแม้พร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นก็ยังไม่สามารถหาไข่ได้ตามปริมาณที่ต้องการภาวะ “ไข่ไม่มีขาย” จึงกลายเป็นปัญหาคู่ขนานกับ “ไข่ราคาแพง” จากการประเมินทางการวงการขายไข่ไก่ คาดความเสียหายไข่ไก่หายไปจากตลาดกว่าวันละ 7 ล้านฟอง