ทั้งหมดถามตอบคลังความรู้ดิจิทัลด้านการเกษตรแจ้งเตือนข่าวสารแหล่งความรู้คลังความรู้ดิจิทัล มก.
L10 การปรับปรุงพันธุ์สัตว์
28 มกราคม 2569
การเลือกพันธุ์ไก่ไข่ให้เหมาะสมกับเกษตรกร เลี้ยงคุ้ม ทนโรค ให้ไข่ดกตลอดปี
การเลือกพันธุ์ไก่ไข่ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการเลี้ยง ทั้งในด้านผลผลิต ต้นทุน และความคุ้มค่าในระยะยาว เกษตรกรจึงควรพิจารณาเลือกพันธุ์ไก่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ระบบการเลี้ยง และเป้าหมายการผลิตของตนเอง
1. พันธุ์ไก่ไข่เชิงการค้า
พันธุ์ไก่ไข่เชิงการค้าเป็นพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงพันธุ์มาเพื่อให้ไข่ดกอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับฟาร์มที่ต้องการผลผลิตสูงและการจัดการที่เป็นระบบ
– ไก่พันธุ์เลกฮอร์นขาว (White Leghorn) ให้ไข่เปลือกขาว ขนาดไข่ค่อนข้างใหญ่ ผลผลิตสูงเฉลี่ยประมาณ 280–300 ฟองต่อปี เหมาะกับการเลี้ยงเชิงพาณิชย์
– ไก่พันธุ์ไฮบริดเชิงการค้า ให้ไข่ดก โตเร็ว ใช้ระยะเวลาเลี้ยงสั้น ให้ผลผลิตสูงสม่ำเสมอ แต่ต้องการการจัดการอาหารและสุขาภิบาลที่ดี
2. พันธุ์ไก่ไข่กึ่งพื้นเมือง
เป็นพันธุ์ที่มีความแข็งแรง ทนต่อสภาพอากาศร้อนและโรคได้ดี เหมาะกับเกษตรกรรายย่อยหรือการเลี้ยงแบบกึ่งปล่อย
– โร้ดไอส์แลนด์เรด (Rhode Island Red) ให้ไข่สีน้ำตาล ทนทาน แข็งแรง ผลผลิตเฉลี่ย 220–270 ฟองต่อปี
– บาร์พลีมัทร็อก (Barred Plymouth Rock) ตัวใหญ่ แข็งแรง ให้ไข่สม่ำเสมอ ประมาณ 200–220 ฟองต่อปี
– ไทย–พลีมัทร็อก เป็นพันธุ์ลูกผสมที่ปรับปรุงให้เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย ให้ไข่ประมาณ 220–250 ฟองต่อปี
3. พันธุ์ไก่ไข่สำหรับเกษตรกรรายย่อย
เหมาะสำหรับการเลี้ยงในครัวเรือนหรือเกษตรผสมผสาน เน้นความแข็งแรง ดูแลง่าย และต้นทุนต่ำ
– ไก่ไข่สามสาย เลี้ยงง่าย ให้ไข่ดี เหมาะกับเกษตรกรรายย่อย
– ซุปเปอร์ฮาร์โก (Super Harco) แข็งแรง ทนโรค ให้ไข่ดก ผลผลิตสูงใกล้เคียงไก่เชิงการค้า
– ลูกผสมกรมปศุสัตว์ พัฒนาเพื่อเกษตรกรไทย ให้ผลผลิตดี เลี้ยงง่าย และเหมาะกับระบบเลี้ยงหลากหลายรูปแบบ
หลักการเลือกพันธุ์ไก่ไข่ให้คุ้มค่า เกษตรกรควรพิจารณา
1. สภาพอากาศและพื้นที่เลี้ยง
2. ระบบการเลี้ยง (ปล่อยอิสระ กึ่งปล่อย หรือโรงเรือน)
3. ต้นทุนอาหารและการจัดการ
4. ความต้องการของตลาด (ไข่ขาวหรือไข่น้ำตาล)
5. ความสามารถในการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพสัตว์
การเลือกพันธุ์ไก่ไข่ที่เหมาะสมจะช่วยให้เกษตรกรลดความเสี่ยง เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน หากเลือกพันธุ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและรูปแบบการเลี้ยง ไก่จะแข็งแรง ให้ไข่ดก และคุ้มค่าตลอดรอบการผลิต
