ทำไม “ไข่ไก่” ยุค “ไบเดน” ราคาแพงทุบสถิติ! ขายส่งตกฟองละ 15.5 บาท

ทำไม "ไข่ไก่" ยุค "ไบเดน" ราคาแพงทุบสถิติ! ขายส่งตกฟองละ 15.5 บาท

ในยุคข้าวของแพงขึ้นแทบทุกอย่าง ชาวอเมริกันยังต้องเผชิญกับราคา “ไข่ไก่” แพงที่สุดทุบสถิติใหม่ ขายส่งพุ่งเป็นฟองละ 15.5 บาท จนผู้ค้าต้องยอมหั่นกำไรลงเพื่อให้ราคาเข้าถึงได้

ข้อมูลจากบริษัทวิจัย เออร์เนอร์ แบร์รี (Urner Barry) ระบุว่า ในเดือน ธ.ค.2565 ราคาขายส่งของ ไข่ไก่ขนาดใหญ่ในแถบ มิดเวสต์ของสหรัฐ พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 5.36 ดอลลาร์หรือราว 186.10 บาทต่อแผง 12 ฟอง หรือคิดเป็นราคาไข่ไก่ต่อฟองอยู่ที่ 0.44 ดอลลาร์หรือประมาณ 15.50 บาท

ขณะที่ข้อมูลจากบริษัทข้อมูล อินฟอร์เมชัน รีซอร์สเซส อิงค์ (Information Resources Inc.) ระบุว่า ราคาขายปลีกไข่ไก่ ในสหรัฐตั้งแต่ต้นปีนี้ เพิ่มขึ้นมากกว่าสินค้าทุกประเภทในซูเปอร์มาร์เก็ต พุ่งกว่า 30% ตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ธ.ค.2565 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และยังมีราคาแซงราคาอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดรวมกัน

ทำไม "ไข่ไก่" ยุค "ไบเดน" ราคาแพงทุบสถิติ! ขายส่งตกฟองละ 15.5 บาท – ชาวอเมริกันเลือกซื้อไข่ไก่ในซูเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่ราคาไข่ในสหรัฐแพงที่สุดทุบสถิติใหม่ (เครดิตรูป: WSJ) –

 

สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในสหรัฐ ไข่เป็นสินค้าอาหารหลักซึ่งผู้บริโภคอเมริกันส่วนใหญ่นิยมแวะซื้อกลับบ้าน คล้ายกับสินค้าประเภทนมและเนย

  • ร้านค้ายอมหั่นกำไร

บรรดาผู้ประกอบการร้านค้าท้องถิ่น เปิดเผยว่า พวกเขาต้องยอมเสียกำไรจากไข่ไก่ไปบ้าง เพื่อให้ราคาแข่งขันได้ในสายตาผู้บริโภคและให้สินค้าเหลือค้างสต็อกน้อยที่สุด ขณะที่ซัพพลายเออร์บางส่วนคาดการณ์ว่า ราคาไข่ไก่ในสหรัฐน่าจะผ่อนคลายลงภายในเดือน ก.พ. หรือ มี.ค.2566 แต่สภาพอากาศหนาวอาจทำให้การผลิตไข่ไก่ชะงักในระยะสั้น

“เรากำลังพยายามทำให้ไข่ไก่มีราคาเข้าถึงได้” แดน โอนีล ผู้อำนวยการฝ่ายคลังสินค้าและอาหารสดของบริษัท Angelo Caputo’s Fresh Markets เชนซูเปอร์มาร์เก็ตที่มี 8 สาขาในรัฐอิลลินอยส์ กล่าว

ราคาไข่ไก่ขนาดใหญ่พิเศษที่จำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตดังกล่าว อยู่ที่ 5.09 ดอลลาร์ (ราว 176.72 บาท) ต่อแผง (12 ฟอง) เพิ่มขึ้นจาก 1.30 ดอลลาร์ต่อแผงในช่วงขึ้นปีใหม่ 2565

โอนีลเปิดเผยว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซูเปอร์มาร์เก็ตจำต้องขายไข่ไก่ในราคาสูงกว่าต้นทุนเล็กน้อย เนื่องจากราคาขายส่งก็ปรับขึ้น

  • ไข้หวัดนกพ่นพิษ

ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ ระบุว่า การระบาดของโรคไข้หวัดนกในเกือบทั้ง 50 รัฐในปีนี้ ส่งผลให้มีสัตว์ปีกตายไปแล้วราว 58 ล้านตัว นับเป็นการระบาดครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ ทั้งนี้ สัตว์ปีกทั้งคอกถูกกำจัดหลังจากมีการยืนยันการติดเชื้อ เพื่อช่วยจำกัดวงการแพร่ระบาดของไข้หวัดนก

นอกจากนี้ ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรยังระบุว่า มีไก่ไข่จำนวนกว่า 40 ล้านตัวตายจากไข้หวัดนกระบาดในปัจจุบัน โดยจำนวนไก่ไข่ทั้งประเทศลดลงกว่า 5% เหลือราว 308 ล้านตัว นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2565 ถึงเดือน ธ.ค.

เอมิลี เมตซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคณะกรรมการไข่อเมริกัน ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ผลิตไข่ในสหรัฐ กล่าวว่า ถึงแม้ขณะนี้ไข่ไก่มีอุปทานตึงตัวและราคาสูง แต่ยังคงไม่รุนแรงถึงขั้นขาดแคลน อุปทานไข่ในสหรัฐมีเสถียรภาพมากขึ้นในปีนี้ เทียบกับการระบาดของไข้หวัดนกครั้งก่อนในปี 2558

“ธุรกิจฟาร์มไข่ไก่น่าจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากโรคระบาดครั้งนี้ประมาณ 3 เดือน ลดลงจาก 6-9 เดือนในการระบาดรอบที่แล้ว” เมตซ์คาดการณ์